บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
หัวข้อสาระ


ระวัง! ผู้รับเหมาเทพื้นคอนกรีตหนาเพิ่มแถมฟรีๆ อันตรายนะ
ข้อปฏิบัติเมื่อกำลังก่อสร้างอาคาร
ทำอย่างไรเมื่อก่อสร้างเสร็จ
เอกสารที่จะต้องใช้ในการติดต่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
เทคโนโลยีในการผลิต “คอนกรีตมวลเบา”
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
มารู้จัก วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา
คิดสร้างบ้าน หรือสิ่งก่อสร้าง ปรึกษาใคร
หาผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่โกง ไม่โก่ง ไม่กด
ขั้นตอนการขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ใช้น้ำสกปรกผสมคอนกรีตทำให้บ้านพังได้
ฉาบอย่างไรไม่ให้บ้านร้าว
งานปูพื้นพรม
ปูนก่อและปูนฉาบ
ความรู้เกี่ยวกับ “หลังคา”
ขั้นตอนตรวจรับงานฝ้าเพดาน
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้งานของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท
สาระเรื่อง “รั้ว”
วิธีมุงกระเบื้องคอนกรีตและครอบ
รู้เรื่อง "เสาเอ็นของบ้าน"
วิธีการปูกระเบื้อง
ภาพการทำลายสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ระเบิด
ชนิดของปูนฉาบสำเร็จรูป
การเผื่อวัสดุสูญเสีย ในการประมาณราคาก่อสร้าง
ระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่(Post-Tension)
การตรวจคุณภาพงานเหล็กเสริมคอนกรีต
การป้องกันและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงาน ก่อสร้าง
มารู้จักส่วนประกอบของอาคารกันเถอะ
รู้เรื่อง "ถมดิน"
เคล็ด(ไม่)ลับ เลือก "คนสร้างบ้าน" ให้ถูกใจ
จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องวางแผนก่อน
ทาสีผนัง
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อในที่
เกร็ดความรู้จาก ช่างก่อสร้าง
ข้อคิดที่สำคัญก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
ทำไม้แบบ เขาให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันเท่าไร… จึงยังไม่อันตราย
มีปลั๊กฝังในเสา ต้องฝังให้ดี ….ไม่งั้นบ้านอาจพังได้
ท่อเอสล่อนแบบ สีเหลือง สีฟ้า และสีเทา ต่างกันอย่างไร?
ขัดมันใต้อ่างอาบน้ำ ช่วยกันการรั่วได้
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
อย่าลืมสั่งซื้อขาวงกบห้องน้ำ ให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหมเอ่ย ?
"ปรับปรุงบ้าน" ลดค่าไฟระยะยาว
ปัญหาการขาดความเสถียรของเข็มเจาะ (ชนิดเจาะแห้ง)
สร้างบ้านอย่างไร ? ไม่ให้งบบานปลาย
ทำหินขัดอย่างไรไม่ให้ร้าว
น้ำยากันซึมและน้ำยากันการแตกร้าว ใช้ผสมกันเลยได้หรือไม่
พื้นกระเบื้องให้อยู่ทนทานนานปี
ระบบน้ำดีภายในบ้าน ต้องมีถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มหรือเปล่า
ถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มบนดินกับใต้ดิน
ต้องใช้ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือเปล่า
อย่าลืมท่ออากาศ
การเลือกใช้ไม้
สีทาไม้
"ระบบสุขาภิบาลในบ้าน"
บริเวณใต้อ่างอาบน้ำต้องขัดมัน
อย่าลืมรูระบายน้ำที่วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม
ไขปัญหา..ต่อเติมบ้านแล้วมีรอยแยก-รอยร้าว
ปาเก้บ้านคุณ ขัดแล้วดูเป็นลอนน่าเกลียดหรือเปล่า
อย่าเตรียมพื้นผิวสำหรับปูหินอ่อน เท่ากับปาเก้ ….นะ
ระวังการปูวัสดุปูพื้นแตกต่างกัน มาชนกัน แล้วจบกันไม่ลง
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
Curtain Wall มีกี่อย่าง ?
ติดตั้ง Curtain Wall ต้องเตรียมการล่วงหน้า
การวางแผนติดฝ้าห้องน้ำไว้รองรับปัญหาในอนาคต
ติดมอบหรือบัวฝ้าเพดาน อย่าลืมโครงเคร่าไม้โดยรอบ
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
ห้องมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
ท่อส้วม ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง เอียงได้แค่ไหน
ซื้อขาวงกบห้องน้ำ ควรให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
คุณติดประตูบานเกล็ดที่ห้องน้ำผิดด้านหรือเปล่า
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหม?
ทำไม …ขอบวงกบประตูหน้าต่างมักจะมีรอยแตกร้าว ?
หลังคาเหล็กที่พังลงมา เกิดจากอะไร?
หลังคากระจก …. ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม
การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF
การออกแบบแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับสะพานโครงสร้างเหล็ก
เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง
การทาสีบ้านด้วยปูนขาว
การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
การคิดเนื้องานโครงสร้างในงานก่อสร้าง
10 ขั้นตอนตัด-ต่อท่อน้ำประปา
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ห้องใต้หลังคา ทำอย่างไรไม่ให้เป็นเตาอบ
การมุงกระเบื้องหลังคาบนตึกสูง
ตะเฆ่สัน ตะเฆ่ราง คืออะไร ?
ซื้อหรือจ้างเขามาทำเฟอร์นิเจอร์ในครัว น่าตรวจเช็คอะไรบ้าง
อย่าประหยัดค่าพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
โถส้วมติดตั้งได้ระดับหรือไม่ ดูอย่างไร
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
การเทคอนกรีตที่มีความหนามาก ๆ ต้องทำอย่างไร
การเลือกสีควรเลือกจากแคตตาล็อก อย่าให้ผู้รับเหมาผสมเอง
ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ควรหนาเท่าใด
หลีกเลี่ยงการใช้ปูนพอกสันหลังคา ใช้ครอบหลังคาหรือปีกนกดีกว่า
ประตูสู่ด้านนอกอาคารจะต้องเปิดออก และวงกบวางอยู่บนพื้นนอกเสมอ
การติดตั้งถังเก็บน้ำที่เหมาะสม
ปูปาเก้ไม้แดง เผื่อช่องว่างที่ผนังไว้บ้าง
"กาบกล้วย" คืออะไร
"วัสดุกันความร้อนใยแก้ว"
ผนังโค้ง ๆ จะทำด้วยกระจกได้หรือไม่
ผนังกระจกสองแผ่นต่อกัน และกระเด้งได้ แก้ไขอย่างไร
ใช้ซิลิโคน (Silicone) ให้ถูกชนิด…..
Hard Cote กับ Soft Cote ของกระจกสะท้อนแสงต่างกันอย่างไร
โครงสร้างระบบ Post Tension ห้ามมีน้ำขังที่พื้นเด็ดขาด
ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
Shop Drawing คืออะไร
สปริงเกอร์ (Sprinkler) คืออะไร ทำงานอย่างไร
"สายชำระ" ต้องอยู่ทางขวามือเสมอ
อย่าเสริมพื้นให้สูงขึ้นโดยวิธีเทคอนกรีตทับ
ขุดดินลึกแค่ไหนแพงเท่าไร
เสาเอ็นทับหลัง ต้องเทด้วยคอนกรีต ไม่ใช่ปูนทราย
อย่าเปลี่ยนพื้นห้องแถวชั้นล่างให้เป็น Slab on Beam
เสาเข็มสระว่ายน้ำ
พื้นระบบ Post Tension คืออะไร
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ท่อ P.E. และ P.B. ต่างกันอย่างไร
มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
การทรุดแตกร้าว อันเกิดจากธรรมชาติ-มวลดินวิบัติ และวิธีป้องกัน
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
อิฐมวลเบา
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่ายๆ
วิธีการป้องกันกำจัดปลวกโดยวางท่อก่อนการก่อสร้าง
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
แนวทางพิจารณาสาเหตุ (เบื้องต้น) การทรุดตัวของอาคาร
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
The Millau Bridge สะพานรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก
สัมภาษณ์อ.ธเนศ วีระศิริ งานยกอาคารสุนันทาลัย
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
ทรุดแตกร้าวเต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ปัญหาเข็มเจาะ ชนิดเจาะแห้ง(Dry proceed)
อยากให้บ้านเย็น ขังน้ำไว้ใต้ตัวบ้านจะดีไหม
กว่าจะมาเป็นหอไอเฟล
คำแนะนำการปูกระเบื้อง แกรนิโต้
ข้อมูลด้านเทคนิคของกระเบื้อง
ความรู้ทั่วไปเรื่องการก่อสร้างบ้าน
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านเก่า
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
แก้ปัญหาฝ้า-เพดาน มีน้ำรั่วซึม
ซ่อมแซม-เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่
การย้อมสีเนื้อไม้ ("Wood Staining)
การทำสี เทคนิค และวิธีซ่อมแซมงานไม้
วิธีปูปาเกต์ไม้
วิธีซ่อมพื้นกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องเซรามิค
ชนิดของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมใช้ในอาคารพักอาศัย
วิธีทาสีบ้านให้สวยทนนาน
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
รอยร้าวใต้คานกับผนัง
ผนังห้องแตกเป็นลายงา
วิธีซ่อมบ้านไม้เอียง
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
ข้อคิดในการใช้ “วัสดุยาแนว” อเนกประสงค์
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
สายดิน ประโยชน์และวิธีการติดตั้ง
วิธีปรับระดับน้ำในโถสุขภัณฑ์
การปูพื้นกระเบื้อง
วิธีการดูรายละเอียดข้างกล่องกระเบื้อง
ฟิล์มกรองแสง
ประเภท ฟิล์มกรองแสง
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เทคนิคการติดตั้ง "ลามิเนต"
การลงแป้งงานไม้
การย้อมสีไม้
เทคนิคการทำสี และวิธีซ่อมแซมงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอิฐมวลเบา
ตารางแปลงหน่วย
เลือกผู้รับเหมาฯ แต่งบ้าน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน ต้องรอบครอบ
ขั้นตอนการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า
ขั้นตอนการปูกระเบื้องดินเผา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบริเวณห้องน้ำและห้องครัว
การซ่อมแซมบริเวณต่างๆ สำหรับติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึม
ต่อเติมอาคารใหม่ชิดอาคารเก่า …ระวังเข็มที่ตอกใหม่ ทำลายฐานรากเก่า
กระเบื้องปูพื้นที่มีผิวขรุขระ จะปูอย่างไร ไม่ให้มีน้ำขัง ? แล้วถ้าน้ำขัง จะมีตะไคร่ขึ้น

        การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF

หมวด : ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 10953    

การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF

บทนำ
                การประหยัดเป็นการสร้างอนาคต ฉะนั้นเมื่อต้องการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจการค้า สิ่งแรกต้องมีเงินทุนเพื่อการก่อสร้างและตกแต่งร้าน จากนั้นก็ซื้อสิ่งของและอุปกรณ์ ต่างๆ มาเข้าในร้านเพื่อการจำหน่าย การลงทุนในยุคของค่าเงินบาทลอยตัว จะต้องคำ นึงถึงความประหยัดไม่เฉพาะเรื่องเงินเท่านั้น แต่มีปัจจัยร่วมหลาย ๆ อย่างที่ต้องประ หยัดด้วยเช่น การประหยัดเวลาในการก่อสร้าง การประหยัดแรงงานตลอดจนวัสดุก่อ สร้างเพื่อให้การประกอบธุรกิจสามารถเปิดกิจการได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประสบผล สำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้นั้น คือ ผลกำไร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นการประหยัดแรงงานและเวลาในการก่อสร้างถือเป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ลงทุนสามารถ ทำได้ด้วยการลงมือทำเอง
                ในที่นี้ขอแนะนำ การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนของผนัง ซึ่งเป็นร้านค้าซุ้มจำหน่าย อาหารประเภทเครื่องดื่มและขนมประเภทต่างๆ มีขนาดของร้านกว้าง 2.00 เมตร ยาว 2.50 เมตร เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ต้น มีคานคอดินทั้ง 4 ด้าน ผนังก่ออิฐมอญ สูงจาก พื้น 0.90 เมตร ทั้ง 3 ด้าน (ด้านหน้า ด้านข้างซ้าย ด้านข้างขวา) ทำปูนสลัดเม็ดที่ผนัง ทั้ง 3 ด้าน โดยมีเครื่องมืออุปกรณ์ และวัสดุที่ใช้ในการทำปูนสลัดเม็ดประกอบด้วย
                เกรียงก่ออิฐขนาดกลาง (เกรียงเหล็กขนาด 6") ดิ่ง 300 กรัม ตลับเมตร 3.00 เมตร สายพลาสติกใสขนาด 1/4" ยาว 3.00 เมตร ฉากตาย 12" ด้ายหลอด ดินสอช่างไม้พลั่วตักทราย จอบ กระป๋องปูน ค้อน หงอน ตะปูตอกคอนกรีตขนาดยาว 2" แปรงสลัดน้ำ ค้อนตุ้ม เหล็กสะกัด ประแจดัด เหล็ก 2, 3 หุน จำนวน 2 ตัว (ด้านหนึ่งเป็น 2 หุน อีกด้านหนึ่งเป็น 3 หุน) ปุ้งกี๋ รถเข็น 2 ล้อ ไม้กวาดอ่อน, ไม้กวาดเทศบาล ตะแกรงร่อนทรายตาห่างและตาถี่ ไม้กวาดก้าน มะพร้าว ไม้กลม 1" ยาว 30 เซนติเมตร อิฐมอญ ทรายหยาบ หรือทรายกลาง ปูนซีเมนต์ตราเสือ, ตรางูเห่าหรือตรานกอินทรี
การเตรียมพร้อม......เป็นเรื่องทำสำคัญ
                ก่อนที่จะลงมือทำงานจะต้องเตรียมวัสดุให้พร้อมเสียก่อน เช่น การเตรียมอิฐมอญ
                ให้นำอิฐมอญมาใส่รถเข็น 2 ล้อ เรียงให้เรียบร้อยเกือบเต็มกระบะ ใส่น้ำลงไปให้เต็ม กระบะจะเห็นฟองอากาศผุดเกิดขึ้นมากมาย รอจนฟองอากาศหมดจึงหยิบอิฐมาเรียง ไว้ใกล้กับงานที่จะก่อ ถ้าวางบนพื้นคอนกรีตพื้นคอนกรีตต้องสะอาด ถ้าเป็นพื้นดิน ต้องเอาไม้กระดาน (ไม้แบบ) รองอิฐ กันอิฐถูกดินทำให้อิฐสกปรกการนำอิฐแช่น้ำเพื่อ
                1.  เป็นการล้างฝุ่นละอองที่ติดอยู่รอบ ๆ ก้อนอิฐให้หลุดออกไป ทำให้อิฐสะอาด
                2.  เพื่อให้อิฐชุ่มน้ำเมื่อนำไปก่อจะได้ไม่ดูดน้ำจากน้ำของปูนก่อ ทำให้ปูนก่อ แห้งเร็วเกินไปจนเกิดการแตกร้าวได้และอิฐกับปูนก่อจะไม่จับยึดติดกันอีกด้วย
                3.  ในขณะหยิบอิฐมาเรียง เป็นการคัดเลือกอิฐก้อนที่ไม่ดีออกทิ้งไปก่อนล่วงหน้า
                4.  เพื่อเป็นการจัดเรียงอิฐ เตรียมอิฐให้อยู่ใกล้กับงานที่จะก่อ เพื่อที่จะทำให้การ ทำงานสะดวกยิ่งขึ้น
ทราย......"ร่อน"  คือหัวใจหลัก
                ทรายที่จะนำมาใช้ผสมกับปูนซีเมนต์เพื่อใช้ในการก่ออิฐ และทำปูนสลัดเม็ด จะ ต้องเป็นทรายสะอาดปราศจากเปลือกหอย ใบไม้ หญ้า ชานอ้อย ก้นบุหรี่ เศษผง ฯลฯ โดยนำมาร่อนผ่านตะแกรง แต่ต้องตากทรายให้แห้งก่อนจึงจะทำการร่อน ได้ง่ายและเร็ว การตากทรายควรตากบนพื้นคอนกรีตที่สะอาด จะเป็นในร่มหรือ กลางแจ้งก็ได้ เช่น โรงรถ, ลานบ้าน, ถนนหน้าบ้านที่ไมีมีคน, ไม่มีรถผ่านไปมา ใช้พลั่วตักทรายตักทรายใส่รถเข็นให้เต็มรถแล้วเข็นมาเทบนพื้นที่จะทำการตาก เทเป็นกอง ๆ กองละ 1 รถ ห่างกันสักเล็กน้อย ใช้พลั่วตักทรายประมาณ 1/2 พลั่ว สาดไปให้ทั่วบริเวณที่ทำการตากทรายจนหมดทุกกอง ทิ้งเอาไว้เช่นนั้นรอจน ทรายแห้ง ถ้าอากาศปลอดโปร่ง ลมพัด แดดดี ทรายจะแห้งในเวลา 1-2 วัน แต่ถ้าอากาศไม่ดี ไม่มีแดด ทรายจะแห้งช้าใช้เวลา 2-3 วัน
                เมื่อทรายแห้งแล้ว ใช้พลั่วตักทรายดันทรายให้มารวมกันเป็นกองเดียว ใช้ไม้กวาด เทศบาล (ไม้กวาดที่ใช้กวาดถนน) กวาดทรายที่เหลือมารวมกันในกองเดียวกัน จาก นั้นร่อนด้วยตะแกรงตาห่างโดยใช้ลวดกรงไก่ชนิดตาถี่มาทบกัน 2 ชั้น กรุลงใน กรอบไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 50x50 เซนติเมตร ไม้ที่ใช้ทำกรอบใช้ไม้ขนาด 1"x2" วางทางแบน นำไม้และตะปูมาตอกยึดตรงมุมให้แข็งแรงนำลวดกรงไก่ที่ทบ 2 ชั้นมา กรุ ใช้ไม้อัดหนา 6 ม.ม. กว้าง 2" มาวางทาบบนลวดกรงไก่ มุมกรอบไม้ใช้ตะปูขนาด 1" ตอกยึดให้ทั่วห่างกันประมาณ 4"
                จากนั้นใช้พลั่วตักทราย ตักทราย 1/2 พลั่วใส่ลงในกรอบไม้สี่เหลี่ยมกรุด้วยลวดกรงไก่ เอามือทั้ง 2 จับกรอบตะแกรงส่ายไปส่ายมา ทรายก็จะลอดผ่านตะแกรงตกลงมาที่พื้น ยกต่ำ ๆ อย่ายกสูงทรายจะฟุ้งกระจาย ส่วนที่ค้างบนตะแกรงก็เทใส่รถเข็น ทำเช่นนี้เรื่อย ๆ จนทรายหมดกอง นำส่วนที่เหลือในรถเข็นไปกองไว้ริมรั้วหรือโคนต้นไม้ ถ้าเป็นทราย ที่จะผสมทำปูนสลัดเม็ดให้ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ซึ่งใช้มุ้งลวดอลูมิเนียมหรือตาข่ายในไน ล่อน ประกอบกับอยู่ในกรอบไม้ไผ่เป็นวงกลมขนาด 50 เซนติเมตร นำมาร่อนทรายตามวิธีเดียวกัน จะได้ทรายเม็ดเล็กใช้เป็นส่วนผสมทำปูนสลัดเม็ดต่อไป
ความสะอาด......เรื่องสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม
                การเตรียมสถานที่ที่จะก่ออิฐ และทำปูนสลัดเม็ดให้ตรวจดูความสะอาด ความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของคานคอดิน ค.ส.ล. เสา ค.ส.ล. ทั้งหมด ถ้าเป็นงานใหม่ที่ทำต่อเนื่องกันมาก็ ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นงานที่ทำค้างไว้ต้องทำความสะอาด ใช้น้ำล้างทุกส่วนให้สะอาด เพื่อล้างเอาฝุ่นต่าง ๆ ที่ปลิวมาติดกับชิ้นงานดังกล่าวออกไปอาจจะต้องใช้แปรงทอง เหลืองขัดถูกับน้ำให้ดินโคลนที่ติดอยู่บางส่วนของงานออกไป เก็บกวาดขยะเศษไม้ ตะปู ใบไม้ หญ้า สิ่งกีดขวางต่าง ๆ ออกให้หมดเพื่อจะได้ทำงานได้สะดวกปลอดภัย เศษปูนทราย, คอนกรีตที่หล่นอยู่ที่คานคอดิน ค.ส.ล. เป็นตุ่มเป็นก้อน ใช้ค้อนตุ้มและ สะกัด สะกัดออกให้เรียบร้อย ตรวจดูเสา ค.ส.ล. ว่ามีส่วนใดโผล่ยื่นออกมาบ้าง ถ้ามีก็ ใช้ค้อนตุ้มและสะกัด สะกัดแต่งให้เรียบร้อย เอาดิ่งมาดิ่งตรวจสอบเสา ควรให้เสาอยู่ ใกล้แนวดิ่งมากที่สุด ถ้าเสาได้ดิ่งแล้ว ยิ่งเป็นการดีเพราะการทำงานขั้นต่อไปจะสะ ดวกยิ่งขึ้น
                จากนั้นนำประแจดัดเหล็ก ดัดเหล็กหนวดกุ้งที่อยู่ที่เสาให้ตรงเป็นระเบียบ ถ้าเหล็ก หนวดกุ้งเป็นสนิมให้ใช้กระดาษทรายขัดให้สะอาด เมื่อทำความสะอาดและตรวจ สอบเสาและคานคอดิน ค.ส.ล. เรียบร้อยแล้ว นำไม้กระดานมารองยืนถ้าบริเวณนั้น เป็นดิน ถ้าเป็นพื้นคอนกรีตก็ไม่ต้องรอง เพราะในขณะที่เอาน้ำล้าง พื้นดินจะเปียก แฉะไปด้วยน้ำทำให้ดินติดรองเท้าเดินไปมาไม่สะดวก นำสายพลาสติกใสขนาด 1/4" ใส่น้ำให้เต็มสายด้วยวิธีกาลัก น้ำ โดยเอาน้ำใสกระป๋องให้เกือบเต็มวางกระป๋องน้ำบนโต๊ะแล้วใช้สายยางพลาสติก ปลายด้านหนึ่งใส่ลงไปในกระป๋องน้ำดูดปลายอีกข้างหนึ่งน้ำก็จะไหลตามสายพลา สติกข้างในจากบนลงมาข้างล่างรอจนน้ำในสายพลาสติกไหลตลอดสายไม่มีฟองอา กาศก็พอเทน้ำออกจากปลายสายทั้ง 2 ข้าง ประมาณข้างละ 1 คืบ เอานิ้วอุดปลายสายทั้ง 2 ข้าง ยกปลายสายทั้ง 2 ข้างมาคู่กัน เอานิ้วที่อุดปลายสายทั้งสองข้างออก ถือปลายสายนิ่ง ๆ ตรวจดูว่าระดับน้ำในสายทั้ง 2 ข้างเท่ากันหรือไม่ ถ้าเท่ากันก็ใช้ได้ ถ้าไม่เท่ากันก็ให้ตรวจดูที่กลาง ๆ ของสายพลาสติกใสอาจมีฟองอากาศติดอยู่ที่สาย หรือสายพลาสติกใสอาจจะพับ หรือมีอะไรวางทับก็ได้ เมื่อตรวจสอบและได้แก้ ไขแล้ว ระดับน้ำในสายพลาสติกใสทั้ง 2 ข้างจะต้องเท่ากันพอดี เพราะคุณสมบัติ ของน้ำจะรักษาความเป็นระดับเดียวกันเสมอไม่ว่าน้ำนั้นจะอยู่ในภาชนะด้านหนึ่งใหญ่ ด้านหนึ่งเล็กแต่เป็นอันเดียวกันต่อเนื่องกันระดับน้ำย่อมจะต้องเท่ากันเสมอ
คานคอดิน......การตรวจสอบเป็นสิ่งจำเป็น
                วิธีดำเนินการตรวจสอบระดับของคานคอดิน ค.ส.ล.
                การตรวจสอบระดับของคานคอดิน ค.ส.ล. ด้วยระดับน้ำจากสายพลาสติกใส ดังรูป
                ที่เสา ค.ส.ล. ต้น A ใช้ตลับเมตรวัดความสูงจากคานคอดิน ค.ส.ล. ขึ้นมาตามเสาสูง 0.90 เมตร ใช้ดินสอช่างไม้และฉากตายขีดเส้นให้ชัดเจน นำสายพลาสติกใสที่ใส่ น้ำแล้วเอาปลายข้างหนึ่งเทียบที่เสาต้น A ให้ปลายสายพลาสติกใสอยู่สูงกว่าเส้น ดินสอที่ขีดเอาไว้ประมาณ 1 คืบ ขณะที่ทำการเคลื่อนย้ายสายพลาสติก ให้เอานิ้ว อุดปลายสายเพื่อกันน้ำไหลออกมาจากสายพลาสติกปลายอีกข้างหนึ่งเทียบเข้า กับเสาต้น B กะให้ปลายของสายพลาสติกใสสูงเท่า ๆ กัน จับสายพลาสติกใสให้ อยู่นิ่ง ๆ อย่าให้ขยับไปมา เอานิ้วที่อุดปลายสายออกดูระดับน้ำในสายพลาสติก ใสที่เสาต้น A ถ้าระดับน้ำในสายพลาสติกใสอยู่ต่ำกว่าเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ ให้เลื่อนสายพลาสติกใสขึ้นช้า ๆ จนระดับน้ำตรงพอดีกับเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ จึงให้คนที่อยู่ที่เสาต้น B เอาดินสอช่างไม้และฉากตายขีดเส้นให้ชัดเจน แต่ถ้า ระดับน้ำในสายพลาสติกใสอยู่สูงกว่าเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ ให้เลื่อนสายพลาสติกใสลงช้า ๆ จนระดับน้ำตรงพอดีกับเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ แล้วให้คนที่อยู่เสาต้น B เอาดินสอช่างไม้ และฉากตายขีดเส้นให้ชัดเจน ต่อไป ทำการถ่ายระดับจากเสาต้น B ไปยังเสาต้น C วิธีการทำเช่นเดียวกันกับครั้งแรก ทำการถ่ายระดับจากเสาต้น C ไปยังเสาต้น D ต่อไป ทำเช่นเดียวกันจนครบทั้ง 4 ต้น ใช้ตลับเมตรวัดความสูงจากหลังคานคอดิน ค.ส.ล. ถึงเส้นดินสอที่ขีด ถ้าได้ ความสูง 0.90 เมตร ทั้งหมดก็แสดงว่าคานคอดิน ค.ส.ล.  ได้ระดับ
                วิธีตรวจสอบระดับด้วยสายตา
                เมื่อถ่ายระดับเสร็จแล้วให้เอาเส้นเอ็นขึงให้รอบของเสาทั้ง 4 ต้น ขึงรอบนอกให้ตรง กับเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ที่เสา ค.ส.ล. ทั้ง 4 ต้น ขึงให้ตึง ผูกให้แน่นอย่าให้เส้นเอ็น เคลื่อนหรือหลุดได้ออกไปยืนดูห่าง ๆ ประมาณ 5.00 เมตร ย่อตัวลงให้เส้นเอ็นพอดีกับ ระดับสายตา จะเห็นเส้นเอ็นทั้ง 2 เป็นเส้นตรงเดียวกันหรือดูแล้วเส้นเอ็นทั้ง 2 ขนาน กันก็แสดงว่าได้ระดับและนั่นคือความสูงของอิฐที่จะก่อ
                นำอิฐมอญที่จะก่อมาวางเรียงบนคานคอดิน ค.ส.ล. ทั้ง 3 ด้าน กะให้ช่องห่างระหว่าง ก้อนอิฐมอญไม่เกิน 1 เซนติเมตร กะให้อิฐมอญเรียงตัวกันลงตัวพอดี (ไม่มีเศษ) ในการ ที่จะก่อชั้นที่ 1 การเอาอิฐมอญมาทดลองเรียงก่อนก่อเรียกว่า การวางผัง เมื่อทราบ ระยะห่างของก้อนอิฐแล้วนำอิฐออกจากคานคอดิน
                วิธีการวัดความสูงของการก่ออิฐในแต่ละชั้น ปกติอิฐมอญจะมีความหนา 3.5 เซนติเมตร แนวปูนก่อ 1 เซนติเมตร รวมในแต่ละชั้นจะสูง 4.5 เซนติเมตร ใช้ตลับเมตรวัดความสูง แต่ละชั้นจากหลังคาคอดิน ค.ส.ล. จากชั้นแรก 4.5 เซนติเมตร เอาดินสอช่างไม้ขีดทำเครื่อง หมายไว้เล็กน้อยพอเห็น ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึง 90 เซนติเมตร คือเส้นที่ใช้ถ่ายระดับ และเป็นความสูงของการก่ออิฐที่ต้องการ ทำเช่นนี้ทุกต้นเสา ณ ตำแหน่งด้านนอกของ เสา เสาต้นใดที่มีคานคอดิน ค.ส.ล. มาชน 2 ด้านก็ให้เอาดินสอช่างไม้ขีดทำเครื่องหมาย ไว้ทั้ง 2 ด้าน เสาต้นใดที่มีคานคอดิน ค.ส.ล. มาชนด้านเดียว ก็ให้เอาดินสอช่างไม้ขีดทำ เครื่องหมายไว้ด้านเดียว จากนั้นใช้ฉากตายและดินสอช่างไม้ขีดเส้นให้ชัดเจนทุกเส้นที่ ทำเครื่องหมายไว้แต่ละเส้นจะห่างกัน 4.5 เซนติเมตร
                วิธีดำเนินการก่ออิฐ
                เอาน้ำราดบนคานคอดินให้เปียกพอสมควร ใช้แปรงสลัดน้ำจุ่มน้ำในกระป๋องสลัดน้ำไปที่เสา ค.ส.ล. ที่อิฐจะมาเชื่อมติดกัน สลัดน้ำขึ้นมาสูงจากคานคอดินประมาณ 50 เซนติเมตร เอาปูนซีเมนต์ผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 คนให้ปูนซีเมนต์ละลายดีแล้ว นำมาลาดช้า ๆ ลงบนคานคอดิน ค.ส.ล. ตามแนวอิฐที่จะก่อให้ตลอดความยาวของคานคอดิน ใช้แปรงสลัดน้ำ จุ่มน้ำปูนซีเมนต์สลัดที่ข้างเสา ค.ส.ล. ที่อิฐมอญจะมาเชื่อมในแต่ละชั้นหรือจะใช้ค้อน และเหล็กสะกัด สะกัดที่เสาตรงหัวกำแพงเป็นแนวดิ่งตลอดความสูงของกำแพงก็ยิ่งดี เพื่อให้ผิวของเสาขรุขระปูนก่อจะได้จับยึดดียิ่งขึ้นแล้วล้างให้สะอาดก่อนที่จะเอาแปรง สลัดน้ำจุ่มน้ำปูนสลัดที่ข้างเสา ค.ส.ล.ที่สะกัดเอาไว้
                ต่อจากนั้นทำการขึงด้ายหลอด โดยใช้ตะปูตอกคอนกรีตตอกจากมุมเสาด้านหลบภายนอก เส้นด้ายหลอดจะอยู่แนวเดียวกับดินสอที่ขีดเอาไว้ ณ ขีดล่างสุด สูงจากคานคอดินขึ้นมา 4.5 เซนติเมตร ขึงด้ายหลอดเส้นแรกเป็นเส้นล่างสุด ห่างจากคานคอดิน ค.ส.ล. ขึ้นมา 4.5 เซนติเมตร ขึงให้ตึงเสมอริมนอกของเสา ขึงเส้นด้ายหลอดเฉพาะผนังที่จะก่อ ซึ่งจะทำการก่อทีละผนัง โดยจะเริ่มก่อจากผนังซ้ายก่อ 3 ชั้น แล้วย้ายมาก่อผนังกลางก่อ 3 ชั้นแล้วย้ายมาผนังขวาก่อ 3 ชั้น เพื่อป้องกันผนังทรุดตัว เนื่องจากปูนก่อยังไม่แข็ง
                การเตรียมปูนก่อสำหรับการก่ออิฐ
                บริเวณที่จะผสมปูนก่อ ควรเป็นบริเวณที่สะอาดสามารถเอาน้ำล้างทำความสะอาดได้สะดวก ควรอยู่ใกล้ ๆ กับงานที่จะก่ออิฐ ปูนก่อที่จะใช้ก่ออิฐใช้อัตราส่วน 1:3 (ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน) ตวงทรายจากกองที่ร่อนแล้ว 3 กระป๋อง ใส่รถเข็น เข็นมายัง บริเวณที่จะผสมต้องกวาด และล้างบริเวณที่จะผสมปูนก่อให้สะอาดดีเสียก่อน เททรายจากรถ กองเอาไว้ตวงปูนซีเมนต์ 1 กระป๋องใส่ลงบนกองทราย ใช้จอบ หรือ พลั่วตักทรายผสมคลุก เคล้าให้เข้ากันทำเป็นกองแล้วแหวกกลางกองให้เป็นบ่อ ใส่น้ำลงไปกลางกองพอประมาณ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที ให้น้ำซึมไปทั่ว
                จากนั้นใช้จอบหรือพลั่วตักทราย หรือปูนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าน้ำน้อยไปก็ค่อย ๆ เติมน้ำเพิ่มขึ้นทีละน้อย ถ้าผสมครั้งแรกใส่น้ำมากไปให้ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วทำการผสมคลุกเคล้า ด้วยพลั่วตักทรายและจอบแล้วถ้ายังเหลวเกินไป ให้เติมปูนซีเมนต์แห้งลงไปหรือผสมปูนซีเมนต์กับทรายอีกกองหนึ่งในอัตราส่วน 1:3 เช่นกัน แล้วใช้ส่วนผสมแห้งเติมลงไปในปูนก่อที่มีน้ำมากเกินไป ก็จะทำให้ได้ปูนก่อ ที่มีน้ำพอเหมาะ ปูนก่อที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์กับทรายเรียกว่า ซีเมนต์มอร์ต้า เมื่อผสม ซีเมนต์มอร์ต้าได้ที่พอเหมาะแล้วตักใส่กระป๋องปูน นำไปทำการก่ออิฐ ในการผสมครั้งหนึ่ง ควรใช้ให้หมดภายใน 30 าที ฉะนั้นไม่ควรผสมมาก ๆ จะใช้ไม่ทัน เพราะคุณสมบัติของปูน ซีเมนต์จะเริ่มรวมตัวเมื่อ 30 นาที ถ้านำไปก่อแล้วใช้ไม่หมดภายใน 30 นาที คุณภาพของปูน ซีเมนต์จะลดกำลังความแข็งแรงลง
                เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มทำการก่ออิฐจากกำแพงซ้ายก่อน โดยนำเอากระป๋องปูน ที่ใส่ปูนก่อมาไว้ใกล้ๆ ตัวผู้ก่ออิฐ มือขวาจับกำด้ามเกรียงเหล็กให้ถนัดและแน่น คนปูนก่อ ในกระป๋องให้เข้ากัน ทำให้ปูนก่อเหนียวและทำให้เป็นก้อนยาวตามความยาวของเกรียงเหล็ก ตักปูนก่อขึ้นมา 1 เกรียง แล้วเทลงที่เดิม ตักที่เดิมอีก ตักเท, ตักเทลงในปูนก่อที่เต็มในกระป๋องปูน จะเป็นก้อนค่อนข้างกลมยาวตามเกรียงเหล็ก ตักปูนก่อ 1 เกรียงเหล็กออกมาจากระป๋องปูน (ปูนก่อก้อนนั้น) มือซ้ายหยิบอิฐมอญ 1 ก้อน นำอิฐมาที่ ณ จุดที่จะก่อแต่ตะแคงอิฐขึ้นในแนว ข้างกำแพงด้านในมือขวาเทปูนก่อจากเกรียงเหล็กลงข้างอิฐมอญ มือซ้ายที่จับอิฐ จับอิฐเอียงมาทางขวาเป็นมุมประมาณ 60 องศา มือขวาจับเกรียงเหล็กสอดใต้เส้นของด้ายหลอด เอียงหลังของเกรียงเหล็กเข้าหาอิฐมอญประกบกับปูนก่อ ลากอิฐมอญ และเกรียงเหล็กเข้าหาตัวด้วยมือซ้ายและมือขวา ปูนก่อจะเป็นแท่งสาม เหลี่ยมยาวตามคานคอดิน
                ใช้มือซ้ายจับอิฐมอญทางแบน ให้หัวอิฐมอญดันปูนก่อที่ปลายยอดแหลมเข้าหาเสา ค.ส.ล. วางอิฐมอญลงให้ห่างจากเสา ค.ส.ล. ประมาณ 1 เซนติเมตร กางนิ้วชี้ และนิ้ว โป้งของมือซ้ายออกกดหัวท้ายของอิฐมอญ มือขวายกเกรียงเหล็กขึ้น ใช้ด้ามเกรียงเหล็กกระทุ้งอิญมอญเบา ๆ ที่หัวและท้ายของอิฐมอญ ให้ได้ความสูงพอดีกับเส้นด้วยหลอดและใช้ด้ามเกรียงกระทุ้งอิฐมอญด้านข้างให้ขนาน ใกล้เส้นด้ายหลอดมากที่สุด (แต่ไม่ติดเส้นด้ายหลอด เหลือเอาไว้ประมาณปลายความหนาของเกรียงเหล็ก) ใช้นิ้วชี้ และนิ้วโป้งของมือซ้ายยังกดอิฐมอญอยู่เช่นเดิม มือขวาจับเกรียงเหล็กให้ใบเกรียงแบน ปลายเกรียงยกขึ้นเล็กน้อย ใช้หน้าเกรียงปาดปูนก่อให้ทะลักออกมาจากใต้ก้อนอิฐมอญ ปาดเข้าหาตัวแล้วเทลงไปในกระป๋องปูนก่อ เก็บปูนก่อที่ทะลักออกมาจากใต้ก้อนอิฐ เก็บเฉพาะด้านนอกที่มีด้ายหลอดขึง เพื่อจะได้ดูว่าอิฐที่วางลงไปนั้นตรง, ดี, เรียบร้อยเพียงใด ถ้าไม่ดี, ไม่ตรงก็เคาะด้วยด้ามเกรียง แก้ไขให้ดีขึ้น ส่วนปูนก่อที่ทะลักอยู่ด้านในยังไม่ต้องเก็บ ทิ้งเอาไว้เพื่อเป็นตัวยึดอิฐให้มั่นคง จะเก็บเมื่อเริ่มก่อชั้นที่ 2
                ลงมือก่ออิฐก้อนที่ 2 มือขวาจับเกรียงเหล็ก คนปูนก่อในกระป๋องให้เข้ากัน ทำปูนก่อ ให้เป็นก้อนยาวตามความยาวของเกรียงเหล็กตักเทและตักเทลงในปูนก่อที่เดิมใน กระป๋องปูนจะเป็นก้อนค่อนข้างกลมยาวตามเกรียงเหล็กตักปูนก่อ 1 เกรียงเหล็กออก มาจากกระป๋องปูน (ปูนก่อก้อนนั้น) มือซ้ายหยิบอิฐมอญ 1 ก้อน นำมา ณ จุดที่จะก่อแต่ ตะแคงอิฐขึ้นในแนวข้างกำแพงด้านในต่อจากอิฐก้อนแรกมือขวาเทปูนก่อจากเกรียง เหล็กลงข้างอิฐมอญ มือซ้ายที่จับอิฐ จับอิฐให้เอียงมาทางขวาเป็นมุมประมาณ 60 องศา มือขวาจับเกรียงเหล็กสอดใต้เส้นของด้ายหลอด เอียงหลังของเกรียงเหล็กเข้าหาอิฐ มอญประกบกับปูนก่อลากอิฐมอญ และเกรียงเหล็กเข้าหาตัวด้วยมือซ้าย และมือขวา ปูน ก่อจะเป็นแท่งสามเหลี่ยมตามยาวคานคอดิน ให้มือซ้ายจับอิฐมอญทางแบน ให้หัวอิฐมอญดันปูนก่อที่ปลายยอดแหลมเข้าหาอิฐมอญก้อนแรกที่ก่อแล้ว ให้ห่างจากก้อนแรกประมาณ 1 เซนติเมตร กางนิ้วชี้และนิ้วโป้งของมือซ้ายออกกดหัวท้ายของอิฐมอญ มือขวายกเกรียงเหล็กขึ้น ใช้ด้ามเกรียงเหล็กกระทุ้งอิฐมอญด้านข้างเบา ๆ ที่หัวและท้ายของอิฐมอญ ให้ได้ความสูงพอดีกับเส้นด้ายหลอดและใช้ด้ามเกรียงเหล็กกระทุ้งอิฐมอญด้านข้างให้ขนาน ใกล้เส้นด้ายหลอดมากที่สุด (แต่ไม่ติดเส้นด้ายหลอด เหลือเอาไว้ประมาณความหนาของปลายเกรียงเหล็ก) นิ้วชี้และนิ้วโป้ง ของมือซ้ายยังคงกดอิฐมอญอยู่เช่นเดิม มือขวาจับเกรียงเหล็กให้ใบเกรียงแบนปลายเกรียงเหล็กยกขึ้นเล็กน้อย ใช้หน้าเกรียงปาดปูนก่อ ที่ทะลักออกมาใต้ก้อนอิฐมอญก้อนที่ 2 ปาดเข้าหาตัวแล้วเทลงในกระป๋องปูน ทำการก่ออิฐมอญก้อนต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงเสา ค.ส.ล. อีกต้นหนึ่ง ซึ่งวิธีการก่อทำเช่นเดียวกัน (ชั้นแรกควรเป็นอิฐมอญที่ยาวเต็มก้อนตลอดทั้งแนว) คนถนัดมือขวาควรก่ออิฐจากขวามาซ้าย คนถนัดซ้ายควรก่ออิฐจากซ้ายมาขวา
                ทำการก่ออิฐมอญชั้นที่ 2 ย้ายเส้นด้ายหลอดจากแนวล่างขึ้นมาเป็นแนวที่ 2 ทั้ง 2 ฝั่งซ้ายและขวา เริ่มก่อก้อนแรกเป็นอิฐ 1/2 ก้อน ทั้งหัวและท้ายของกำแพงเพื่อให้แนวของ ปูนก่อสลับกับกลางก้อนอิฐพอดี ก้อนต่อไปเป็นอิฐเต็มก้อน เพื่อให้เกิดความแข็งแรงของการจับยึดของปูนก่อ ส่วนวิธีการ ก่อทำเช่นเดียวกันกับชั้นแรก แต่ใช้เกรียงเหล็กปาดปูนก่อที่ทะลักออกมาใต้อิฐ ปาดเก็บปูนก่อทั้ง 2 ฝั่งของกำแพงและ ที่คานคอดินของอิฐชั้นแรกด้านในด้วย เพราะอิฐชั้นแรกเริ่มอยู่ตัวแล้วทำให้กำแพงที่ก่อสะอาดเป็นระเบียบยิ่งขึ้น เมื่อก่อชั้นที่ 2 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลื่อนเส้นด้ายหลอดจากชั้นที่ 2 มาเป็นชั้นที่ 3 ทั้งสองฝั่งซ้ายและขวาเริ่มทำการก่ออิฐชั้นที่ 3 เหมือนชั้นที่ 1 ซึ่งใช้อิฐเต็มก้อนตลอดทั้งแนว และตรงกับชั้นที่ 1 วิธีการก่อทำเช่นเดียวกันกับชั้นที่ 2 ก่อชั้นที่ 3 เสร็จแล้วจึงย้ายมาก่อกำแพงกลางต่อไป
                ทุกครั้งที่จะเริ่มทำการก่ออิฐในแต่ละชั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ขึงเส้นด้ายหลอดก่อน โดยขึงให้ตึงตรงกับเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ จะก่ออิฐชั้นแรก ก็ต้องขึงด้ายหลอดตรง กับเส้นดินสอที่ขีดไว้ขีดแรก ซึ่งสูงจากคานคอดิน 4-5 เซนติเมตร ทำการก่ออิฐชั้นแรกเสร็จ ก็เลื่อนเส้นด้ายหลอด ขึ้นมาให้ไปตรงขีดที่ 2 ของเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ทั้งซ้าย และขวาของกำแพงขึงให้ตึง ทำการก่ออิฐชั้นที่ 2 ซึ่งจะต้องสลับแนวกับชั้นแรก (ทำเช่นเดียวกับผนังซ้ายที่ก่อไว้แล้ว) ก่อชั้นที่ 2 เสร็จ ก็เลื่อนเส้นด้ายหลอดขึ้นมาให้ไปตรงขีดที่ 3 ของเส้นดินสอที่ขีดเอาไว้ทั้งซ้าย และขวาของกำแพง ทำการก่ออิฐชั้นที่ 3 ให้ก้อนอิฐตรงกับชั้นที่ 1 วิธีการก่อทำเช่นเดียวกันกับครั้งแรก ๆ เมื่อก่อชั้นที่ 3 เสร็จ จึงย้ายมาก่อกำแพงขวา ทำเช่นเดียวกันคือ ขึงเส้นด้ายหลอดให้ตึง ตรงกับเส้นดินสอที่ขีดไว้ทำการก่ออิฐชั้นแรก ต่อด้วยชั้นที่ 2 และต่อด้วยชั้นที่ 3 ก่อนก่ออิฐแต่ละชั้นต้องขึงเส้นด้ายหลอดก่อนเสมอ ให้ได้งานที่ดี มีระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม ตรง ได้ระดับ และประหยัดปูนก่ออีกด้วย
                ก่อนเริ่มงานใหม่ทุกครั้ง คือเมื่อก่อกำแพงซ้ายเสร็จ ย้ายมาก่อกำแพงกลาง และกำแพง ขวาก็ต้องเอาน้ำราดให้คานคอดินเปียกพอควร แล้วใช้แปรงสลัดน้ำ สลัดน้ำปูนที่คานคอดินและที่เสา ค.ส.ล. เพื่อให้น้ำปูนเป็นเชื้อ ประสานงานเก่ากับงานใหม่ให้ติดกันดียิ่งขึ้น
                เมื่อก่อกำแพงขวาได้ 3 ชั้นเสร็จแล้ว ก็กลับมาก่อกำแพงซ้ายต่อในชั้นที่ 4, 5, 6, ทำเช่นเดียวกัน เมื่อก่อชั้นที่ 6 ของกำแพงซ้ายเสร็จ ก็หันมาก่อกำแพงกลางในชั้นที่ 4, 5, 6, เมื่อก่อชั้นที่ 6 ของกำแพงกลางเสร็จ ก็หันมาก่อกำแพงขวาในชั้นที่ 4, 5, 6, ทำเช่นนี้วนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ปูนก่อได้เริ่มรวมตัว และจับยึดอิฐมอญ และเสา ค.ส.ล. ให้ประสานกัน และกัน การทรุดตัวของกำแพงชั้นล่าง ๆ ถ้าปูนก่อชั้นล่าง ๆ เหลวกว่าปูนก่อชั้นบน ๆ เพราะยิ่งก่อสูงขึ้นน้ำหนักของกำแพงยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่ปูนก่อยังไม่แข็งตัว ทำให้เกิดการทรุดตัวได้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่งาน หากการก่อกำแพง 3 กำแพงไม่สามารถก่อให้เสร็จในวันเดียวได้ ก็ควรจะแบ่งเป็น 2 หรือ 3 วัน ทำตามวิธีการที่ผ่านมา คือ ก่อกำแพงละ 3 ชั้น หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ เมื่อจะเลิกงานในตอนเย็น ให้ใช้เกรียงเหล็กขูดปูนก่อที่กำแพง (ส่วนที่ปูนก่อ ทะลักออกมาขูดออกให้หมด) เก็บทำความสะอาดกำแพงใช้ไม้กวาดอ่อน ปัดกวาดเม็ดทรายที่ติดอยู่กับกำแพงออกบริเวณรอบๆ กำแพงนั้น บริเวณทำการ ผสมปูนบริเวณร่อนทรายและบริเวณที่เรียงอิฐ รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เก็บทำความสะอาด ถ้าเป็นโลหะเช็ดให้แห้ง ชะโลมด้วยน้ำมันเครื่อง เก็บเข้า ที่ให้เรียบร้อยก่อนเลิกงาน วันรุ่งขึ้นเอาน้ำราดที่กำแพงที่ก่อไว้แล้วทั้ง 3 ด้านให้ชุ่มพอควร เมื่อจะลงมือก่อ กำแพงใดก็ให้เอาน้ำปูนราดที่หลังอิฐก้อนบนและเอาแปรงสลัดน้ำจุ่มน้ำปูนสลัดที่เสา ค.ส.ล. ทั้งซ้ายและขวาของกำแพง แล้วลงมือก่อกำแพงซ้าย 3 ชั้น ย้ายไปกำแพงกลาง ทำเช่นเดียวกันแล้วก่อ 3 ชั้น ย้ายไปกำแพงขวา ทำเช่นเดียวกันแล้วก่อ 3 ชั้น วนไปเรื่อย ๆ จนครบทั้ง 3 กำแพงตามความสูงที่ต้องการ คือ 90 เซนติเมตร ก่อนจะ เลิกงานก็ต้องทำความสะอาด ใช้เกรียงเหล็กขูดปูนก่อที่ทะลักออกมาให้เรียบร้อย ใช้ไม้กวาดอ่อนกวาดเม็ดทราย ที่ติดอยู่กับกำแพงออกทำความสะอาดบริเวณต่าง ๆ เก็บอิฐที่เหลือไปคืนที่ ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เครื่องมือที่เป็นโลหะทำความสะอาดเช็ดให้แห้ง ชะโลมน้ำมันเก็บเข้าที่
วิธีทำปูนสลัดเม็ด
                วันรุ่งขึ้นเอาน้ำราดกำแพงทั้ง 3 กำแพงให้ชุ่มพอควรทั้งข้างนอกข้างใน ส่วน ข้างนอกให้เอาซีเมนต์ล้วน ๆ ผสมกับน้ำให้เหลวพอเหมาะสัก 1 กระป๋องปูน ใช้แปรงสลัดน้ำจุ่มน้ำปูนดัง กล่าวทาด้านหน้าของกำแพงให้ทั่ว เพื่อเป็นเชื้อประสานระหว่างผนังกับปูนสลัดให้ติด และประสานกันได้ดี ทำ การผสมปูนสลัดเม็ด (ซีเมนต์มอร์ต้า) อัตราส่วน 1:2 (ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ทรายกลาง 2 ส่วน) ตวงทรายกลาง 2 กระป๋อง เทกองเอาไว้ตวงปูนซีเมนต์ 1 กระป๋องเทลงบนกองทราย ผสมคลุก เคล้าให้เข้ากันด้วยพลั่วตักทราย และจอบ ทำให้เป็นกอง แหวกตรงกลางกองใส่น้ำลงไปทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ให้น้ำซึม ใช้พลั่วตักทราย และจอบผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปให้มีความข้นเหลวพอเหมาะ ตักซีเมนต์มอร์ต้าใส่กระป๋องปูนนำมาไว้ใกล้กับกำแพงที่จะทำงาน เตรียมไม้กวาด ก้านมะพร้าวขนาดพอจับกำได้ถนัดมือ เอามีดตัดปลายที่อ่อน ๆ ออก ตัดตรง ๆ โดยเอาปลายของไม้กวาดก้านมะพร้าว วางบนขอนไม้ ใช้มีดดายหญ้าตัดครั้งเดียวให้ขาด คงเหลือแต่ส่วนปลายที่ค่อนข้างแข็ง กำไม้กวาดให้กลม เตรียมเกรียงไม้ ไม้กลม 1" ยาว 30 เซ็นติเมตร และไม้กวาดก้านมะพร้าวไว้
                เริ่มทำการสลัดปูน มือขวาจับไม้กวาดก้านมะพร้าว เอาปลายจุ่มลงในกระป๋องปูนที่มีซี เมนต์มอร์ด้ายกขึ้นพร้อมกับมือซ้ายจับไม้กลม 1" ยาว 30 เซ็นติเมตร ยกขึ้นไปรับกลางไม้กวาด ให้ไม้กวาดฟาดที่กลางของไม้กลม ทำให้ใกล้ ๆ กับกำแพงพอควร ซีเมนต์มอร์ต้าที่ติดอยู่ที่ปลายไม้กวาดจะกระเด็นไปติดที่กำแพง จุ่มไม้กวาด 1 ครั้ง ฟาดไป 1 ครั้งเพื่อให้ปลายไม้กวาดได้สลัดซีเมนต์มอร์ต้าไปติดที่กำแพง ทำไปเรื่อย ๆ จนเต็มกำแพง เริ่มทำทีละกำแพง ถ้าต้องการให้ปูนสลัดเม็ดหนาก็ทำหลาย ๆ ครั้ง ซ้ำ ๆ กัน ถ้าต้องการให้ปูนสลัดเม็ดบางก็ทำน้อย ๆ ครั้งและให้ห่าง ๆ กัน ทับกันน้อย ๆ เมื่อได้สลัดซีเมนต์มอร์ต้าจนเต็มกำแพงด้านใดด้านหนึ่งแล้วใช้เกรียง ไม้จุ่มน้ำให้เกรียงไม้เปียกเสียก่อน ปาดเบา ๆ ที่ผิวหน้าของซีเมนต์มอร์ต้าที่ถูกสลัดติดกำแพง จะเป็นดอก ๆ ถ้าต้องการดอก ใหญ่ก็ให้ปาดเกรียงไม้แรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง ถ้าต้องการดอกเล็กก็ให้ปาดเกรียงไม้ค่อย ๆ น้อย ๆ ครั้ง หรือไม่ต้อง การให้เป็นดอกเลย ก็ไม่ต้องใช้เกรียงไม้ปาดผนังกำแพงก็จะเป็นเม็ด ๆ ของเม็ดทรายติดสูง หนาบ้าง บางบ้างสลับกันไป ดูแล้วสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง ทำทีละผนังจนครบทั้ง 3 ด้าน มัก นิยมทำเฉพาะภายนอก ส่วนภายในไม่ต้องทำเมื่อปูนแห้งดีแล้วอาจจะทาสีหรือไม่ทาสีปล่อยให้เป็นสีธรรม ชาติก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง
บทสรุป
                การทำปูนสลัดเม็ด เป็นการทำผิวงานของงานปูนชนิดหนึ่ง ที่มีความเก๋ไก๋ มีเอก ลักษณ์ซึ่งไม่เหมือนกับผิวงานทั่ว ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่จะดูเรียบ ๆ แต่การทำปูนสลัดเม็ดจะได้ผนังที่ขรุขระ มีดอก มีดวง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เป็นเม็ดบ้าง สลับกันไปตามความนิยมของเจ้าของอาคารนั้น ๆ เพื่อให้ดูเด่น แปลกตากับผู้ที่ได้พบเห็น ดูแล้วจะเป็นธรรมชาติ ยิ่งขึ้นเพราะมีเม็ดทรายติดที่ผนัง เป็นศิลปอย่างหนึ่ง การทำก็ทำง่าย รวดเร็ว ประหยัดทั้งเงิน เวลา วัสดุ ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ คนที่รู้จักงานปูนบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องใช้ช่างปูนแต่อย่างใด

บรรณานุกรม
เฉลียว โพธิพิรุฬห์. งานปูน - ก่อสร้าง. ธนะการพิมพ์ : กรุงเทพฯ, 2526
ชวิน เป้าอารีย์. งานไม้ - ก่อสร้าง. จักร์เพชรพาณิชการพิมพ์ : กรุงเทพฯ, 2523