บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ดูแลรักษาบ้าน
หัวข้อสาระ


เกร็ดการดูแลภาชนะและเครื่องใช้ในบ้าน
ผนังอาคารแตกร้าว เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
การดูแลรักษาสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
วิธีทำความสะอาดอุปกรณ์ทำครัวแบบง่ายๆ
การดูแล"ถังเก็บน้ำ" ในบ้าน
เหตุใดสายล่อฟ้าจึงสามารถป้องกันฟ้าผ่าได้
การทำความสะอาดกำแพง
แก้ไขไม้ปาร์เก้ระเบิด
ปัญหาน่ารู้เกี่ยวกับห้องน้ำ
การบำรุงรักษาบ้าน
ข้อแนะนำสำหรับผู้สนใจการประกันภัยเจ้าบ้าน
การซ่อมกระเบื้องห้องน้ำ
แก้ปัญหาห้องน้ำรั่ว
การฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล
คู่มือความปลอดภัยด้านอัคคีภัยภายในอาคารสำหรับประชาชน
บ้านไม้เอียงทำไงดี
ไส้เดือนฝอยพิฆาตปลวก
วิธีเก็บรักษาหนังสือเก่าไม่ให้ขึ้นรา
การทรุดตัวไม่เท่ากันของฐานราก
10 เคล็ดลับขจัดคราบง่ายๆ
ร้าวแบบไหน ควรย้ายบ้านหนี
รางน้ำฝนและทางระบายน้ำ
100 เคล็ดลับคู่บ้าน
การดูแล บำรุงรักษาบ้านด้วยตนเอง
การซ่อมแซม "บ้าน" หลังน้ำท่วม
วิธีซ่อมแซมผนังอิฐแก้วเฉพาะที่
การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า
การดูแลรักษาตู้เย็น เพื่อยืดอายุการใช้งาน
เตรียมบ้านรับฤดูฝน
การทำความสะอาดฝักบัว
ที่จอดรถร้าวแล้วร้าวอีก แก้ไม่หาย
แก้ไขอาคารโดยตัดเสาเข็มยาวออกและเสริมเข็มสั้นแทน
ต้นเหตุทำถนนทรุด-บ้านร้าว
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในบ้านจากญี่ปุ่น
จัดตู้เสื้อผ้ากันดีกว่า
รับมือกับสาระพัดกลิ่นเหม็น
น้ำร้อนแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตันได้
เทคนิคซ่อมบ้าน..ที่แม่บ้านก็ทำได้
เมื่อห้องน้ำในบ้านมีปัญหา
เคล็ดลับการดูแลรักษาขวดแก้ว
เคล็ดลับงานครัว
เช็ดกระจกอย่างไรให้สะอาด
การขจัดรอยเปื้อนบนผนังคอนกรีต
เบกกิ้งโซดา สารพัดประโยชน์
ระวัง!!! มลพิษในบ้าน
เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ จะทิ้งก็เสียดาย
เมื่อห้องน้ำในบ้านมีปัญหา
การรักษาความปลอดภัยในบ้านของท่าน
วิธีป้องกันรถหาย
100 เคล็ดลับ (มีประโยชน์มาก)
บ้านใหม่กับบ้านเก่าแยกจากกัน น้ำรั่วด้วย แก้ไขอย่างไร
Fire Alarm หรืออุปกรณ์สัญญาณเตือนไฟไหม้มีกี่อย่าง
ห้อง(ประหยัด)น้ำ
ครัวประหยัดและปลอดภัย เราทำได้
แปลงโฉมเฟอร์นิเจอร์เก่าให้ดูดี
น้ำร้อนแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตันได้
เคล็ดลับงานครัว
เมื่อห้องน้ำในบ้านมีปัญหา
ผนังรั่วแล้วออกไปซ่อมไม่ได้ จะแก้ไขยังไงดี ?
กระจกเงาในห้องน้ำคุณ ….ลอกหรือเปล่า
ถนอมพื้นครัวให้สวยสะอาด
มาจัดระเบียบตู้เย็นกันเถอะ
การทรุดอันเกิดจากธรรมชาติและมวลดินวิบัติ พร้อมวิธีป้องกัน
ก๊อกรั่วซึม
รอยร้าวที่ผนังกระเบื้องในห้องน้ำ
เอาถังแก๊สไว้ในบ้านก็เหมือนกันเอาระเบิดไว้ในบ้าน !!
สีกระเบื้องหลังคาลอก (เป็นขี้กลาก) จะแก้ไขอย่างไร
ห้องน้ำมีกลิ่นจากท่อระบายน้ำ ทำไงดี
ปั้มน้ำต้องล่อน้ำบ่อยมาก ตรวจสอบอย่างไร
ท่อน้ำใต้บ้านรั่ว ทุบพื้นได้ไหม
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
รอยร้าวที่คานคอนกรีต
การกำจัดปลวก และมอด
ปัญหากระเบื้องระเบิด
หินอ่อนเป็นฝ้าเป็นฟาง แก้ไขยังไงดี?
บ้าน...ไม่กลัวฝน
กระจกเงาในห้องน้ำคุณ ….ลอกหรือเปล่า
ดาดฟ้ารั่ว แก้ไขอย่างไร?
วิธีทำความสะอาดพรม
บ้าน "รก" จะทำอย่างไร
ความปลอดภัยในบ้าน
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
ดาดฟ้ารั่ว แก้ไขอย่างไร?
ระวังไฟไหม้ในตู้เสื้อผ้า
ถนอมพื้นครัวให้สวยสะอาด
สีกระเบื้องหลังคาคุณลอก (เป็นขี้กลาก) จะแก้ไขได้อย่างไร
เปลี่ยนกระเบื้องสระว่ายน้ำระวัง….. สระว่ายน้ำแตกนะครับ
พื้นมีรอยร้าวจะทดสอบอย่างไร
108 วิธีโจรกรรม
เทคนิคซ่อมบ้าน..ที่แม่บ้านก็ทำได้
วิธีการดูแลรักษาม่านชนิดต่างๆ
เคล็ดลับการดูแลรักษาขวดแก้ว
เช็ดกระจกอย่างไรให้สะอาด
การขจัดรอยเปื้อนบนผนังคอนกรีต
เบกกิ้งโซดา สารพัดประโยชน์
ระวัง!!! มลพิษร้ายในบ้าน
จัดตู้เสื้อผ้าให้อินเทรนด์
เคล็ดลับงานบ้าน
เคล็ดลับการดูแลรักษาขวดแก้ว
การขจัดรอยเปื้อนบนผนังคอนกรีต
คู่มือประจำบ้าน
ปรับชีวิต-ดูแลบ้าน ให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้
ทำยังไงดี เมื่อนกอึใส่บ้านคุณ
สภาวะน่าสบ๊ายสบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะการลดอุณหภูมิ
การบำรุงรักษาพื้นผิวกระเบื้อง
ระวัง! เครื่องปรับอากาศสะสมเชื้อโรค
เคล็ดลับเช็ดกระจกให้สะอาด
การเปลี่ยนน้ำในตู้ปลา
เครื่องอบผ้า ทางเลือกสำหรับหน้าฝน
การเลือกช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้าน
ดูแลสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
ท่อน้ำทิ้งอุดตัน
ท่อระบายน้ำอ่างล้างจานตัน
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่าย
73 เคล็ดลับดูแลบ้าน
10 วิธีทำความสะอาดด้วยวิธีธรรมชาติ
การดูแลบ้านให้ใหม่อยู่เสมอ
ปรับโฉมบ้านให้ใหม่ ทั้งภายใน-ภายนอก
การทำความสะอาดวอลเปเปอร์
วิธีล้างมู่ลี่
วิธีตรวจสอบสายไฟฟ้า
ท่อระบายน้ำอ่างล้างจานตัน
วิธีซ่อมผนังยิบซั่ม
กำจัดกลิ่นอับในเครื่องซักผ้า
วิธีเก็บรักษาดอกไม้
ดูแลบ้าน...ให้ดูดี
เบกกิ้งโซดา สารพัดประโยชน์
เทคนิคซ่อมบ้าน..ที่แม่บ้านก็ทำได้
เคล็ดลับงานครัว
รู้จักระบบไฟฟ้า..เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
ทำความสะอาดห้องน้ำ
ตรวจสอบ...สายไฟในบ้าน
ห้องนอนบ่อเกิดภูมิแพ้
เลือกซื้อระบบสัญญาณกันขโมยอย่างไรดี?
บ้านรกทำให้เด็กฉลาดน้อย
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เบกกิ้งโซดาสารพัดประโยชน์
ยืดอายุเฟอร์นิเจอร์
วิธีล้างมู่ลี่
เสริมสุขภาพห้องน้ำน่าใช้
จัดการเสื้อผ้าใส่แล้ว ให้เรียบร้อยง่ายๆ
ได้เวลาเคลียร์ตู้เย็นแล้ว
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
ห้องนอน บ่อเกิดภูมิแพ้
สำรวจบ้าน..เมื่อฝนมาเยือน!
น้ำท่วมขังดาดฟ้า อย่านิ่งนอนใจ
เลือกที่นอนให้สุขภาพดี
ทำอย่างไรไม่ให้ร่องยาแนวของกระเบื้องที่ปูภายห้องเกิดราดำ

        การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป

หมวด : ดูแลรักษาบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 7025    

การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป

>> คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปจริง <<


รูปที่ 1 รอยร้าวเนื่องจากการทรุดตัวต่างระดับของเสาหรือฐานราก

 


รูปที่ 2 รอยร้าวเนื่องจากแรงดัดที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกเกิน

 


รูปที่ 3 รอยร้าวเนื่องจากแรงเฉือนที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกเกิน

 


รูปที่ 4 รอยร้าวเนื่องจากแรงบิด

 


รูปที่ 5 รอยร้าวเนื่องจากเหล็กเป็นสนิม

 


รูปที่ 6 รอยปริแตกจะเริ่มเกิดเป็นคู่ๆ ที่ขอบคนละด้านของเสา

 


รูปที่ 7 การวิบัติของเสากลมและเสาสี่เหลี่ยม จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมกะเทาะออกตามรูปนี ้

 


รูปที่ 8 รอยร้าวเนื่องจากเหล็กเป็นสนิม

 


รูปที่ 9 รอยร้าวเนื่องจากเหล็กเป็นสนิม

 


รูปที่ 10 รอยร้าวใต้ท้องพื้นรูปกากบาทในแนวทะแยงมุม (เฉพาะพื้นที่มีด้านกว้างเท่ากับด้านยาว)

 


รูปที่ 11 รอยร้าวใต้ท้องพื้นบริเวณกึ่งกลาง ขนานกับแนวคานด้านยาว

 


รูปที่ 12 รอยร้าวหรือรอยสนิมเหล็กที่ใต้ท้องพื้นเป็นตาราง

 


รูปที่ 13 รอยร้าวที่บริเวณกึ่งกลางใต้ท้องพื้น เป็นแนวขวางกับแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป

 


รูปที่ 14 รอยร้าวทะแยงมุมที่ผิวบนของพื้น เนื่องจากการทรุดตัวของเสาหรือฐานราก

 

 
 บทความอื่นๆในหมวด
>> มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
>> ทางเลือกใหม่ของการทาบเหล็กแบบเดิมๆ
>> ประสบการณ์ในการตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็ม
>> การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
>> การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
>> แนวโน้มและการพัฒนาโครงสร้างเหล็กในไทย

 

"การดูรอยแตกร้าวในอาคารนั้น ต้องดูให้ออกว่าเป็นรอยแตกร้าว เนื่องจากแรงในโครงสร้าง หรือปูนฉาบ ถ้าเป็นรอยแตกร้าว เนื่องจากแรงในโครงสร้าง รอยแตกจะมีลักษณะกว้างและเดินอย่างมีทิศทางแต่สำหรับปูนฉาบรอยแ ตกร้าวจะไม่ค่อยมีทิศทาง"

ลักษณะรอยแตกร้าวของปูนฉาบมีดังนี้

1.รอยแตกร้าวแบบเป็นลายงาเป็นรอยแตกที่ผิดปูนฉาบเห็นเป็นเส้นเล็กๆ เดินอย่างไม่มีทิศทาง

สาเหตุ
เนื่องจากปูนฉาบที่ผนังยังไม่แห้งตัวแล้วไปตีน้ำ (สลัดน้ำบนผิวปูนฉาบ) ทำให้มีน้ำในปูนฉาบมากขึ้น เมื่อปูนฉาบแห้งตัว จะเกิดการหดตัวและแตกร้าว ภาษาช่างเรียกว่า “ตีน้ำเร็วไป”

เนื่องจากปูนฉาบที่ผนังแห้งตัวไปแล้ว และเกิดการแตกร้าว ที่ผนังปูนฉาบ แล้วจึงไปตีน้ำ การตีน้ำเพื่อขัดผิวหน้านี้ เนื้อปูนที่ผิวหน้าจะไม่ประสานเป็นเนื้อเดียวกับปูนฉาบ ชั้นปูนที่ผิวหน้าจะบางมาก ทำให้เกิดการแตกร้าวที่ผิวหน้า เรียกการแตกร้าวแบบนี้ว่ามาจาก” การตีน้ำช้าไป”

การแก้ไข
รอให้ผิวหน้าปูนฉาบแห้งหมาดมากๆ (เล็บจิกเข้า) จึงเริ่มตีน้ำ

2. รอยแตกร้าวแบบรอยแตกตามแนวนอนเป็นชั้นๆ

สาเหตุ
ส่วนผสมเหลวแล้วปูนฉาบหนาเกินไป ทำให้ปูนฉาบเกิดการย้อยลงมา เนื่องจากน้ำหนักของปูนฉาบเอง การย้อยของปูนฉาบนี้จะทำให้เกิดรอยแตกร้าวดังกล่าว

การป้องกัน
อย่าผสมปูนเหลวเกินไป ถ้าต้องการฉาบปูนที่หนามากๆ ให้ฉาบปูนเป็นชั้น ๆ หนาชั้นละไม่เกิน 1 ซม

[ color=red]3.รอยแตกร้าวแบบรอยแตกเป็นรูปสามแฉก

สาเหตุ
เนื่องจากการราดน้ำที่ผนังไม่สม่ำเสมอ เปียกบ้างแห้งบ้าง เมื่อฉาบปูนไปตรงผนังที่แห้งผนังจะดูดน้ำจากปูนฉาบทันที ทำให้ปูนฉาบสูญเสียน้ำไปอย่างรวดเร็ว ปูนฉาบจะแห้งและเกิดการหดตัว เกิดรอยแตกร้าวดังกล่าว

ใส่ส่วนผสมผิด โดยใช้ปูนจืดแทนปูนเค็มเหลว

การป้องกัน
ราดน้ำให้สม่ำเสมอทั่วผนัง

ใช้ส่วนผสมให้ถูกต้องตามขั้นตอน

รอยร้าวประเภทต่างๆ โดยอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
1. รอยร้าวตามยาวใกล้ท้องคาน
รอยร้าวที่เป็นรอยยาวใกล้ท้องคานที่เป็น ค.ส.ล. อยู่ด้านล่างเกือบจะติดกับท้องคานเลย เป็นเส้นยาวต่อๆกัน หมายความว่าเหล็กในคานของเราที่เป็นเหล็กเสริมรับแรงดึงด้านล่า ง น่าจะเป็นสนิม หรือความหนาของคอนกรีตที่หุ้มเหล็กด้านล่างอยู่มีความหนาน้อยเก ินไป (covering ไม่ถึง ๑ นิ้ว) ซึ่งมักจะเกิดจากตอนเทคอนกรีตแล้วไม่ได้จัดลูกปูนให้ดี หรือช่างเดินบนเหล็กอย่างไม่บันยะบันยัง ความชื้นก็จะผ่านเข้าไปถึงตัวเหล็กเส้น ทำให้เหล็กเป็นสนิมพองตัว แล้วก็มาทำให้คอนกรีตแตก

รอยร้าวแบบนี้จะทำให้คานของเรารับแรงดึงได้น้อยลง (รับน้ำหนักกดกลางคานได้น้อยลง) หากเป็นเล็กน้อย วิศวกรก็จะให้กระเทาะคอนกรีตออก ทำความสะอาดเหล็กแล้วก็เอา อีพ๊อกซี่ ฉาบเข้าไปแทน แต่หากเป็นมากเขาก็จะต้องเสริมโครงสร้างใหม่เข้าไปช่วย (โดยทำความสะอาดของเก่าก่อน แล้วเอา non shrink cement หรือซีเมนท์ที่ไม่หดตัวฉาบเข้าไป) หากอาการหนักมากๆและอาจจะรุกลามไปที่อื่นต่อ ก็จะต้องตัดคานส่วนนี้ แล้วก็ทำใหม่ครับ

2. รอยร้าวที่กลางคาน
มีลักษณะเป็นรอยร้าวตามแนวตั้งฉากกับคาน อยู่บริเวณกลางคานเลย รอยร้าวมักจะเกิดขึ้นทั้งสามด้านของตัวคาน อาการแบบนี้แสดงว่า คานตัวนั้นรับนำหนักมากเกินไป คานเกิดอาการโก่งงอ (น้ำหนักทับข้างบนที่ชั้นบน) อาจจะเกิดเพราะเราออกแบบเปลี่ยนวัสดุปูพื้นข้างบนให้หนักขึ้น หรือไปทำกำแพงทับให้เกิด line load หรือจัดวางของหนักๆไว้ตรงนั้น

การแก้ไขก็คือต้องรีบเอาน้ำหนักออกก่อนที่เหล็กในคานจะ "คราก" เมื่อเอาน้ำหนักออกแล้วส่วนใหญ่รอยร้าวตรงนี้จะกลับประสานกัน เหลือเป็นรอยเส้นเล็กนิดเดียว แต่หากเมื่อเอาน้ำหนักออกแล้วรอยแตกไม่กลับมาเหมือนเดิม ก็ต้องวิ่งหาวิศวกรละครับ ....อย่าเอาเสาอะไรไปตู้ไว้เชียวนา พฤติกรรมของแรงในคานจะเปลี่ยนไปหมด (ขออนุญาตไม่อธิบาย) อาคารอาจจะวิบัติได้เชียว

3. รอยร้าวเฉียงๆที่ผนังมุมซ้ายล่าง ไปมุมขวาบน

เห็นเป็นรอยเกิดขึ้นที่ผนังของอาคาร บางทีก็เป็นเส้นเดียวต่อกันใหญ่ๆเลย บางทีก็เป็นเพียงเส้นเล็กๆหลายๆเส้นต่อกันเป็นแนว แต่สังเกตุ(แบบตาสถาปนิก) ได้ว่ารอยเหล่านี้จะต่อกันเป็นเส้นทะแยงมุม การเกิดรอยร้าวแบบนี้แสดงว่า โครงสร้างของอาคารเกิดการ "บิดตัว" เพราะเสาของอาคารอาจจะมีการทรุดตัวไม่เท่ากัน ซึ่งอาจจะเกิดจากสภาพของเสาเข็มเดิม หรือเราในฐานะของผู้ออกแบบปรับปรุงใหม่ ไม่ได้ศึกษาเรื่องการกระจายน้ำหนักของโครงสร้าง ไปทำให้เกิด Point & Zone Load

หากพบเห็นอาการแบบนี้ ถ้าใหญ่มากก็วิ่งไปหาวิศวกร หากเป็นรอยเล็กอยู่ต้องตรวจสอบพฤติกรรมการทรุดบิดตัวต่อเนื่อง โดยการขีดเส้นและบันทึกวันที่เอาไว้ ตรวจสอบบ่อยๆ หากมีการขยายตัว (ทั้งกว้างหรือยาว) และเป็นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าอาคารมีอาการทรุดตัวไม่หยุด ก็ต้องวิ่งไปปรึกษาวิศวกร (อีกแล้ว) ละครับ

4. รอยร้าวที่หัวเสา (สำคัญมาก ต้องอ่านนะครับ)
เป็นรอยร้าวที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่งทีเดียว ลักษณะของรอยร้าวมักจะเป็นรอยเฉียงๆที่หัวเสาที่ต่อกับคาน (ค.ส.ล.) อาการแบบนี้แสดงว่า เสาและคานตัวนั้นกำลังไม่สามารถรับน้ำหนักได้ กำลังจะฉีกหล่นลงมา ทำให้เกิดอาคารวิบัติสมบูรณ์ อาจจะเพราะเราเอาน้ำหนักใส่มากเกินไป หรือตัวสามีปัญหา หรือตัวเสาเข็มก็มีปัญหา ฯลฯ

ทางแก้ไขมี ๒ ทางครับ ทางแรก็คือวิ่งไปหาบริษัทประกันชีวิต ส่วนอีกทางเลือกก็คือรีบขนของออกจากบ้าน แล้วิ่งไปหาวิศวกร (ผู้ชำนาญ) เพื่อมาแก้ไขครับ ...อย่าพยายามทำอะไรเองเป็นอันขาด

5. รอยร้าวเฉียงๆที่มุมวงกบประตูหน้าต่าง
รอยร้าวแบบนี้ถ้าสถาปนิกไม่ทราบ เห็นจะต้องเอาตัวไปจุ่มน้ำ เพราะใครๆก็คงทราบว่าปัญหามันอยู่ที่การไม่มีเสาเอ็นหรือทับหลั ง เมื่อวงกบกับผนังอิฐมันขยายตัวไม่เท่ากันก็ต้องเกิดรอยร้าว แต่......ใจเย็นๆสำหรับพวกที่ลงเรือบดของคุณดวงฤทธิ์ครับ เพราะ บางครั้งรอยร้าวเฉียงๆแบบนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากเสาเอ็นทับหลังอ ย่างเดียวก็ได้ เพราะแม้เราจะทำเสาเอ็นทับหลังทุกอย่างถูกต้อง ถ้าความหนาของปูนฉาบผนังอิฐและฉาบเสาเอ็นทับหลังหนาไม่เท่ากัน อาการแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นได้ แต่มักจะเกิดเป็นเฉียงๆหลายรอยหน่อย แล้วก็ไม่ยาวยืดน่าเกลียดนัก

วิธีการแก้ไข (ที่ปลายเหตุ) ก็เอาอาร์คลิลิค อัดเข้าไป แล้วก็ทาสีทับครับ (หากเป็นพวกซิลิโคนอาจจะทาสีไม่ติดได้ครับ)

6. ร้าวแตกระแหงเป็นชามสังคโลก
หรือที่เราเรียกกันว่าเป็นลักษณะของ "การแตกลายงา(ช้าง)" ซึ่งเข้าใจว่าอาคารเกือบทุกหลังก็จะเป็นเช่นนี้ เกิดจากคุณภาพของการก่ออิฐและฉาบปูน ที่อาจจะมีส่วนผสมผิดหรือเร่งเวลามากไป

วิธีการแก้ (ปลายเหตุ) ก็คือปล่อยให้รอยแตกนี้มันแตกจนพอใจสะใจ แล้วก็ทาสีใหม่ โดยบอกช่างสีให้เขาเอา "ขี้สี" โป๊วเข้าไปก่อนทา หรือหากไม่มีขี้สี ก็เอาอาคลิลิคยาเข้าไปก่อนก็ได้ แล้วก็ทาสีใหม่ให้เอี่ยมอ่อง .....เทคนิคเรื่องนี้ ก็คือต้องยอมให้น่าเกลียดสักพักก่อนที่จะแก้ไขนะครับ

7. รอยร้าวฝ้าเพดานใต้พื้นดาดฟ้า
มีปูนหลุดลงมาเห็นเหล็กเลย ปัญหานี้คล้ายกับปัญหาของข้อที่ ๑ เรื่องรอยร้าวบริเวณใกล้กับท้องคาน แต่มีเหตุเพิ่มขึ้นเพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่อง covering ปูนหนาไม่พอแล้ว ยังเกิดปัญหาจากการรั่วซึมของพื้นดาดฟ้าอีกด้วย ทำให้เหล็กเป็นสนิมเร็วขึ้น และปูนก็เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

การแก้ปัญหาแยกออกเป็น ๒ จุดคือ จุดแรกจะต้องพยายามไม่ให้มีน้ำขังที่ดาดฟ้า เพื่อป้องกันการรั่วซึม ....ซึ่งห้ามเทคอนกรีตหรือปูนทรายทับลงไปที่พื้นดาดฟ้าอีกชั้นห นึ่งเด็ดขาด เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำหนัก dead load และเกิดอาการขนามสามชั้นเป็น sanwitch จะมีน้ำขังอยู่ระหว่างชั้นของพื้นเดิมกับปูนทรายใหม่ที่เราเททั บไป คราวนี้จะหาจุดที่มาของการรั่วซึมไม่เจอ เพราะเข้าทางหนึ่งแต่อาจจะไปโผล่อีกจุดหนึ่ง ....ต้องใช้ระบบกันซึมดีกว่าครับ

จุดที่สองที่ต้องแก้ไขก็คือเรื่องของความปลอดภัย หากเป็นไม่มากวิศวกรท่านอาจจะใช้วิธีการเลาะคอนกรีตเดิมออก ขัดเหล็กและโป๊คอนกรีตหรือ Epoxy เข้าไป หากอาการหนักซ่อมแซมไม่ได้ ก็จะต้องทำโครงร้างใหม่มาช่วยรับ หรือทุบรื้อทำใหม่ครับ (ลองอ่านข้อ ๑ เพราะความจะเหมือนกันครับ)

8. มีรอยร้าวเพราะช่างไปใช้ฟองน้ำฉาบปูน
การฉาบปูนแบบดั้งเดิมที่มักจะคงทนมากกว่าการฉาบปูนอย่างปัจจุบั น เพราะช่างปูนเขาจะใช้วิธีการ "ปั่นแห้ง" คือใช้เกรียงไม้ค่อยๆลูบไล้ผิวปูนฉาบจนเนียนและแห้ง แต่ปัจจุบันช่างมักจะใช้ "ฟองน้ำ" ในการฉาบปูน หากช่างเอาฟองน้ำแห้งๆไล้ผิวปูน ฟองน้ำก็จะดูดซับน้ำซีเมนท์ แล้วช่างก็จะบีบน้ำออกให้ฟองน้ำแห้ง ซึ่งน้ำที่บีบออกไปนั้นก็คือน้ำปูนนั่นเอง กว่าผนังที่ฉาบจะแห้งและเนียนตา ปูนฉาบของเราก็จะเหลือแต่ทราย(มีปูนเหลือนิดเดียว) พอแห้งได้ที่แล้วใช้บ้านไปพักหนึ่ง ก็จะเกิดอาการแตกร้าว หรือหลุดร่วงลงมา เพราะไม่มีปูนช่วยเกาะผนังอิฐหรือคอนกรีตนั้นๆ

9. รอยร้าวมีนิดเดียว แต่พอจับแล้วทรายร่วงออกมาเยอะเลย
ผนังปูนฉาบบางแห่งช่างปูนใช้ส่วนผสมผิด หรือใช้ฟองน้ำผิดวิธี หรืออาจจะเพราะอาคารนั้นมีอายุมามากกว่า ๒๐ ปี ทำให้สภาพของปูนฉาบนั้นเสื่อมสภาพ หรือไม่อยู่ในสภาพที่สมควรจะเป็นปูนฉาบแล้ว เหลือแต่ทรายเป็นส่วนผสมหลัก

การแก้ไขก็คงต้องแก้ไขกันที่ต้นเหตุ คือเลาะปูนฉาบผนังตรงนั้นออก แล้วทำการฉาบใหม่เข้าไป การใช้น้ำยาเคมี หรือการปิดวอลล์เปเปอร์ ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

10. ไม่มีรอยร้าวแต่ปูนฉาบหลุดออกมาเป็นแผ่นเลย
อาการนี้ถ้าเราเอามือเคาะ จะมีความรู้สึกว่าผนังนั้นเป็นโพรง เกิดจากการเกาะของผิวปูนฉาบกับของผนังไม่ดี ยิ่งหากเป็นผนับหล่อคอนกรีต โอกาสจะเกิดปัญหาเช่นนี้มีมาก อาจจะเป็นเพราะตอนที่จะฉาบปูนนั้นไม่มีการ "ตีน้ำ" ให้ผนังชุ่มเพียงพอ พอฉาบปูนเข้าไปผนังก็จะดูดน้ำปูนไปจนหมด ปูนฉาบก็ขาดสภาพที่ดี หรือผนังนั้นมีความมันมาก หรือมีคราบความสกปรกอยู่ปูนฉาบจึงไม่เกาะ หรือฉาบปูนหนาเกินไป ทำให้ขณะที่ปูนฉาบกำลังจะเซ็ทตัว มีความร้อนเกิดขึ้นที่ผิวในของปูนฉาบมาก ความร้อนพยายามจะพลุ่งออกมาข้างนอก เลยทำให้ปูนฉาบนั้นแห้งเร็วผิดปกติ (กรณีนี้จะทำให้ผิวเกิดความแตกร้าวด้วย)

การแก้ไขก็น่าจะต้องดูแลที่ต้นเหตุ หรือหากยังไม่อยากแก้ก็ไม่เป็นไร รอดูไปเรื่อยๆ หากเมื่อไรปูนฉาบตั้งท่านจะหล่นลงมาทำอันตรายเรา ก็ต้องเลาะปูนฉาบนั้นออกแล้วก็ฉาบเข้าไปใหม่อย่างถูกวิธีละครับ

11. รอยร้าวใต้คาน เชิญฝนเข้าบ้าน
รอยร้าวแบบนี้จะเป็นเพียงรอยร่องเล็กๆ อยู่ระหว่างยอดของผนังกับท้องคาน เวลาฝนตกลงมา น้ำที่ไหลมาจากผนังข้างบนผ่านคานแล้วก็จะถูกดูดเข้าไปในตัวอาคา ร เกิดจากการก่อผนังที่เร่งร้อนมากเกินไป เพราะปูนสอที่ก่ออิฐนั้นจะต้องมีการเซ็ทตัวแล้วก็ยุบตัว หากเราไม่รอเวลาจนปูนสอเซ็นตัว แล้วก็ฉาบปูนเข้าไปเลย เวลาปูนสอยุบตัวก็จะทำให้ผนังนั้นเตี้ยลงมาเล็กน้อย (นิดเดียว) แต่ก็ทำให้เกิดร่องดังกล่าว

การแก้ไขที่ต้นเหตุอาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะต้องสกัดเป็นรอยโตๆ แล้วก็ก่ออิฐเข้าไปแล้วก็ฉาบปูนใหม่ น่าจะแก้ไขที่ปลายเหตุ (กรณีที่รอยร้าวไม่โตมาก) หากเป็นรอยเล็กๆๆก็ใชอาคลิลิคอุดเข้าไป หากรอยโตขึ้นนิดนึงก็ใช้ซิลิโคนอุด หากอยากจะให้สบายใจหนักเข้าไปอีกก็ทำหลบหรือปีก Flushing ที่คาน ไม่ให้น้ำไหลมาที่รอยนี้เลยก็ได้

12. รอยแตกร้าวข้างผนังตรงบรรจบกับเสา
หมายถึงรอยหรือรูระหว่างผนัง(ก่ออิฐ) กับเสาทั้งสองด้าน เป็นรอยตรงๆแนวตั้ง ซึ่งจะพาน้ำฝนเข้ามาในบ้านเราเหมือนกับข้อ ๑๑ (รอยร้าวใต้คาน) สาเหตุก็เพราะผนังมีอาการขยับตัว (หวังว่าเสาคงไม่ขยับตัว เพราะหากเสาขยับตัว ก็จะมีรอยร้าวส่วนอื่นเกิดขึ้นแล้ว) การที่ผนังมีอาการขยับตัวก็อาจเพราะไม่มีเสาเอ็นที่ยันระหว่าพื ้นถึงพื้นเลย หรือไม่มีทับหลังจากเสาถึงเสาเลย และอาจจะเกิดเพราะไม่ได้เสียบ "หนวดกุ้ง" ซึ่งเป็นเหล็กเส้นเล็กๆยาวประมาณ ๑ ฟุต เสียบในเสาแล้วยื่นมาในผนังระยะทุก ๑ ฟุต ทำให้ผนังกับเสามีการขยับเล็กน้อยได้

แนวทางแก้ไขก็น่าจะเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุเหมือนข้อ ๑๑ คือเอาซิลิโคนยิงอุดเสีย ยกเว้นแต่เป็นรอยใหญ่มากและผนังมีอาการขยับตัวเล็กน้อย หากเป็นแบบนั้นก็อาจจะต้องสกัดผนังไปถึงเสาเอ็น(หากมี) แล้วก็ก่อฉาบใหม่ครับ

13. รอยร้าวที่กระเบื้องในห้องน้ำ
เป็นรอยร้าวที่เกิดเป็นแนวยาว หรือแนวขนนกเกิดขึ้นที่ผนังกระเบื้องห้องน้ำ มาจากหลายสาเหตุ สาเหตุแรกก็คล้ายกับข้อ ๑๑ คือปูนสอยุบตัวแล้วดึงกระเบื้องให้แตก (ส่วนใหญ่หากเกิดเพราะเหตุนี้ กระเบื้องจะปูแบบน้ำปูนหรือกาว มากกว่าการปูแบบซาละเปา) หรือสาเหตุอาจจะเกิดจากตอนก่อสร้างที่ช่างเดินท่อทั้งหลาย ทุบสกัดจนผนังสั่นสะเทือน เกิดโพรงระหว่างก้อนอิฐ พอติดกระเบื้องเสร็จ ก็พยายามเซ็ตตัวลง ก็เลยมาดึงกระเบื้องแตก หรืออาจจะเกิดจากการวางท่อน้ำร้อนฝังผนังตื้นเกินไป ทำให้ความร้อนจากท่อกระจายมาถึงกระเบื้องได้ กระเบื้อง(ซึ่งมักจะเย็น) ก็เลยเกิดอาการแตกร้าว

แนวทางการแก้ไขต้องพิจารณาดูว่า แตกมากไหมหรือจะมีโอกาสหลุดไหม หรือเป็นร่องจนน้ำมีโอกาสซึมเข้าไป เป็นต้น หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะต้องเลาะกระเบื้องออกแล้วปูเข้าไปใหม่ หากไม่น่าเกลียดมากนักและไม่มีเสียงเป็นโพรง ก็อาจจะทิ้งไว้ก็ได้ครับ

14. รอยร้าวที่พื้นหินขัด (แถมมีรอยเป็นจ้ำๆด้วย)
รอยร้าวแบบนี้คงเคยเห็นกันบ่อยมาก ปัญหาพื้นฐานมักจะเกิดจากการเทปูนหินขัดแล้ว ใจร้อนไปหน่อย รีบขัดหน้าหินแทนที่จะทิ้งไว้ให้ปูนเซ็ตตัวอย่างน้อย ๑๕ วัน พอเอาเครื่องขัดที่มีความสั่นสะเทือนสูงไปขัดก่อนกำหนด ปูนก็เลยลดคุณภาพไปมีความแกร่งไม่พอ พอไม่นานก็เกิดรอยร้าว ยิ่งถ้าเร่งเอา wax ลงขัดหน้าเข้าไปตอนพื้นยังไม่แห้งสนิทจริง wax ก็จะไปปิดกั้นไม่ให้ความชื้นระเหยออกมา ก็จะเกิดอาการเป็นจ้ำๆ สวยเชียว

แนวทางแก้ไขก็คงไปคิดที่ปลายเหตุ (ตามเคย) เพราะการเลาะหินขัดทำใหม่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็น wet process (กรณีที่ใช้อาคารแล้ว) ก็ต้องเอาความชื้นออกจากพื้นให้หมด แล้วขัดเงาพื้นใหม่ด้วยwax อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ให้เงามากที่สุด เพื่อเอาแสงสะท้อนปกปิดรอย (illusion) ครับ

15. รอยร้าวที่หินขัดตามแนวคาน จากเสาถึงเสา
บางครั้งพื้นหินขัดไม่ได้แตกเป็นลายงาอย่างข้อที่ ๑๔ แต่จะแตกเป็นรอยยาวตามแนวคานจากเสาถึงเสาเลย อาการแบบนี้มักจะเกิดขึ้นเพราะไม่ได้เทหินขัดทีเดียวเต็มห้อง มีการหยุดเทตามแนวคานนั้น แล้วการเทต่อไม่เตรียมการไว้ดีพอจึงเกิดปัญหารอยต่อเป็นรอยร้าว หรืออาจจะเป็นเพราะโครงสร้างพื้นเป็นพื้นสำเร็จ (ที่ไม่น่าจะเสียบ shear steel ถูกต้อง หรือไม่ได้เชื่อม side plate เอาไว้) พอมีอะไรสะเทือนเกิดขึ้น พื้นสำเร็จที่วางหัวท้ายไว้ที่บ่าคาน ก็เกิดอาการ "ดิ้น" เลยทำให้พื้นหินขัดท่านเกิดรอยร้าว

แนวทางการแก้ปัญหาก็คงเหมือนกับข้อที่ผ่านมา (ข้อ ๑๔) คือขัดให้มันวาว ยกเว้นแต่ว่ามีรอยร้าวกว้างใหญ่จนพื้นสำเร็จอาจจะดิ้นหลุดจากบ่ าคาน (ไม่น่าจะเป็นไปได้) ค่อยต้องทำการอย่างอื่นแก้ไขต่อไป

16. รอยแตกเป็นแนวยาวที่กลางเสา
หากเป็นรอยร้าวแบบนี้ต้องตรวจก่อนว่าเป็นการร้าวที่ปูนฉาบหรือเ ปล่า อาจจะต้องเคาะตรงบริเวณนั้น แล้วก็ฟังเสียงดูว่าเป็นอย่างไร หากเป็นเสียงกลวงๆก็น่าจะเป็นเพราะปูนฉาบนั้นมีการล่อนตัวไม่ติ ดแน่น หากไม่ใช่ร้าวเพราะปูนฉาบก็เป็นเรื่องอันตรายทีเดียว เหตุอาจจะเกิดจากการหล่อและจี้ปูนไม่ดี หรือไม้แบบเป็นตะเข็บรั่ว หรืออาจจะเพราะเสาต้นนั้นมีพฤติกรรมการรับแรงที่ไม่ปกติ

แนวทางการแก้ไขหากเป็นปูนฉาบก็คงไม่เป็นไร เอาโพลี่ยูริเทนหรืออคลิลิคยาแนวนั้น แล้วก็ทาสีทับ ก็เป็นอันจบพิธี (ยกเว้นแต่ปูนฉาบนั้นจะร่วงลงมาแล้ว ก็กระเทาะปูนฉาบออกแล้วก็ฉาบใหม่เข้าไป)

หากเป็นเพราะระบบโครงสร้างมีปัญหา ก็ต้องถามวิศวกรโครงสร้างท่าน ซึ่งวิศวกรอาจจะทำเพียงการอัดอีพ๊อกซี่เข้าไป หรืออาจจะต้องให้ดามให้รื้อโครงสร้างก็ได้ครับ

17. รอยแตกเล็กๆที่กลางเสา ขวางรอบเป็นวงแหวน
ต้องสำรวจก่อนว่าเสานั้นเอียงหรือเปล่า หากเสาเอียงก็น่าจะเกิดจากการรับน้ำหนักไม่ได้ดิ่ง ก็เลยเกิดรอยแบบนี้ หากเสาไม่เอียงจะเป็นเรื่องที่ตรวจสอบค่อนข้างยากมาก เพราะเสาโครงสร้างอาจจะเอียงอยู่ แต่ผู้รับเหมาใจดีท่าน "พอกปูน" และตกแต่งจนเสาที่ออกมาทางสถาปัตยกรรมนั้นตรง

แนวทางการแก้ไข พยายามดูว่าเป็นเพราะปูนฉาบหรือเปล่า หากไม่เป็นปูนฉาบก็ต้องพิจารณาต่อว่ารอยเล็กๆนั้นมีขนาดเท่ากัน รอบเสาหรือไม่ หากขนาดเท่ากันอีก (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้) อาจจะต้องลองสกัดดูแล้วละครับว่า โครงสร้างที่แท้จริงคืออะไร หากสกัดแล้วเป็นแค่ปูนฉาบก็ฉาบปูนเข้าไปใหม่ หากสกัดแล้วเสาคอนกรีตโครงสร้างก็ร้าวด้วย คราวนี้ก็ต้องเชิญวิศวกรเขามาดูต่อดีกว่าครับ

18. รอยร้าวที่พื้นกับคานชั้นล่าง
ที่บอกว่าเป็นชั้นล่างก็เพราะ ถ้าเป็นชั้นบนสงสัยจะเป็นอาการใกล้วิบัติแล้ว รอยร้าวแบบนี้จะปรากฎเป็นแนวยาวแยกระหว่างพื้นกับคาน สาเหตุที่เกิดก็เพราะพื้นนั้นเป็น Slab on Ground เป็นพื้นวางบนดินและถ่ายน้ำหนักลงที่พื้นดินโดยตรง ในขณะที่คานนั้นจะถ่ายน้ำหนักไปที่เสา แล้วก็ไปตอม่อ ไปฐานรากแล้วก็เสาเข็ม การทรุดตัวของคานจึงน้อยกว่าพื้น เมื่อมีการทรุดตัวไม่เท่ากัน ก็ต้องเกิดการแตกแยกเป็นธรรมดา

แนวทางแก้ไข ก็ต้องไปกันที่ปลายเหตุอีกแล้ว คือใช้วัสดุยาอัดเข้าไป เช่นยางมะตอย(อย่างดี) ซิลิโคน เป็นต้น แต่ต้องเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นเพื่อไม่ให้โครงสร้างนั้นติดกัน (เพราะจะยิ่งดึงให้เกิดการแตกหักในส่วนที่สำคัญกว่า และจะแก้ไขยากกว่า)

19. รอยร้าวที่พื้นชั้นล่าง ร้าวมากจะเทพื้นใหม่
ลักษณะจะเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ แล้วก็มีความชื้นเล็ดลอดเข้ามา เป็นที่น่ารำคาญ บางครั้งอาจจะทรุดตัวแยกออกจากกันเลย ส่วนใหญ่เขาก็มักจะเทคอนกรีตทับลงไป บางคนก็เอาทรายลงก่อนแล้วก็ค่อยเทคอนกรีต ปรากฎว่าคราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ยิ่งอาจจะมีการร้าวหนักมากขึ้น หรือความชื้นก็ยิ่งขึ้นมามากขึ้น เพราะความชื้นที่เกิดจะสะสมในทรายที่มีพื้นคอนกรีตกันอยู่ทั้ง ๒ ด้าน (พื้นใหม่ และพื้นเก่า) จะวิ่งออกมาใหญ่เลย ....นับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดไปแล้ว

แนวทางแก้ไข (แนวคิด) หากต้องการจะทำพื้นใหม่ "ต้องทุบพื้นเก่าออกเสมอ" และพื้นใหม่ที่จะทำนั้น "ต้องมีโครงสร้างเหมือนพื้นเดิม" ถ้าเป็นพื้นสำเร็จก็ต้องเปลี่ยนเป็นพื้นสำเร็จ ถ้าเป็นพื้นวางบนดินก็ต้องวางบนดิน แต่เป็นพื้นวางบนคานจะเปลี่ยนเป็นวางบนดินได้ แต่เปลี่ยนเป็นพื้นสำเร็จไม่ได้ (พฤติกรรมการรับแรงของคาน ๔ ตัว ๔ ด้าน จะเหลือเพียง ๒ ด้านเท่านั้น) หากเป็นพื้นวางบนดิน แล้วไม่อยากให้ทรุดมาก ก็อาจจะตอกเสาเข็มสั้นๆลงไปรับพื้นก็ได้ ...แต่ห้ามเชื่อมพื้นกับคานเด็ดขาด

20. ถนนร้าว จะเทคอนกรีตทับหนาเท่าไร
ถนนนั้นเป็น slab on ground แน่นอน (ถนนปกติ) การทรุดหรือแตกร้าวจึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจะปรับผิว ปิดรอยร้าว หรือปรับระดับใหม่ ...."ห้ามเทคอนกรีตทับ" เพราะคอนกรีตที่เททับเข้าไปจะเป็นน้ำหนักมหาศาล (ประมาณ ๓๐๐ กิโลกรัม/ตารางเมตร) ก็จะยิ่งกดทับพื้นเดิม และพื้นเดิมก็จะกดไปที่ sub base ทำให้บรรดาหินและทรายบดอัด และพื้นดินใต้ถนนที่เป็น sub base จะยิ่งทรุดตัวลงไปอีก หากยิ่งเทคอนกรีตทับลงไปอีก ปฎิกริยาลูกโซ่ก็จะยิ่งเกิดขึ้นมากเข้าไปอีก

แนวทางแก้ไขก็คือ ต้องทุบถนนเดิมออก ปรับซับเบสให้แน่น (say 95% standard progter scale !!) แล้วค่อยเทคอนกรีตถนนใหม่ครับ

อาคารสุขภาพเสื่อม อาการจากรอยร้าว

1. รอยร้าว

1.1 อายุของอาคาร
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนว่าอาคารก็มีอายุใช้ งาน เหมือนรถยนต์หรือเครื่องใช้อื่นๆ เพียงแต่อายุใช้งานของอาคารอาจอยู่ได้นานถึง 30-50 ปี และอาจอยู่ได้ถึง 100 ปี ถ้ามีการบำรุงรักษาดูแลที่ดีและสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตามอาคารที่มีอายุมากย่อมจะเสื่อมโทรมชำรุดเสียหาย เป็นธรรมดาโลก การบำรุงรักษาซ่อมแซมอาคารจึงต้องมีควบคู่กับการใช้งาน ยิ่งอาคารที่มีอายุมากยิ่งต้องซ่อมแซมบำรุงรักษามาก กล่าวโดยคร่าวๆ ได้ว่า อาคารใหม่ๆ ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่ควรเป็นใน 5 ปีแรก มักไม่ใคร่มีความชำรุดเสื่อมโทรมมาก ยกเว้นแต่อาคารที่มีปัญหา ฐานรากไม่แข็งแรงจึงจะเกิดรอยร้าวอย่างมากในผนัง หรือเกิดการวิบัติพังทลายได้ในช่วงนี้ ในช่วงอายุ 5-10 ปี อาคารเริ่มจะมีความชำรุดจากอุปกรณ์ที่ใช้ประจำวัน อาทิเช่น หลอดไฟ ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู เป็นต้น ในช่วงอายุ 10-20 ปี ระบบประกอบของอาคารอาจเริ่มมีปัญหา อาทิเช่น หลังคาอาคารอาจมีน้ำรั่วซึม ท่อน้ำประปาอาจรั่ว ท่อระบายเริ่มอุดตัน ผนังอิฐก่อฉาบปูนอาจเริ่มมีรอยแตกร้าวเล็กๆ และผนังส่วนที่เปียกชื้นเป็นประจำเริ่มจะมีร่องรอยการก่อนที่ผิ วได้ สำหรับอาคารที่มีอายุเกิน 20 ปี ความชำรุดเสื่อมโทรมเริ่มจะมีมากขึ้น แม้กระทั่งโครงสร้างของอาคารก็อาจเริ่มมีปัญหาได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพการก่อสร้างอาคารตั้งแต่เริ่มต้น



โดยหลักการแล้ว หากเจ้าของอาคารหมั่นดูแลบำรุงรักษา อาคารอาจใช้งานได้ถึง 50 ปี โดยมีการบูรณะซ่อมแซมใหญ่เพียง 1-2 ครั้ง สำหรับในประเทศที่เจริญแล้ว อาคารอาจมีอายุใช้งานถึง 100 ปี หรือมากกว่านั้น แต่เขาก็มีการดูแลปรับปรุงเปลี่ยนระบบให้ทันสมัยเสมอ แต่สำหรับในประเทศไทยเนื่องจากเราไม่ค่อยได้ควบคุมคุณภาพในขณะก ่อสร้าง ผู้เขียนมีความเห็นว่าอายุโครงสร้างของอาคารส่วนใหญ่น่าจะอยู่ท ี่ประมาณ 50 ปีเท่านั้น

1.2 ขนาดของรอยร้าว
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า รอยร้าวในคอนกรีตที่จะกล่าวถึงต่อไป หมายถึง รอยร้าวที่เกิดขึ้นในเนื้อคอนกรีตจริงๆ ไม่ใช่รอยร้าวที่ผิวปูนฉาบ เพราะปกติที่ผิวหน้าของคานและเสาจะมีปูนทรายฉาบพอกอยู่ ซึ่งมีความหนาตั้งแต่ประมาณครึ่งเซนติเมตร ถึง 2 หรือ 3 เซนติเมตร ปูนทรายฉาบนั้นมีเพื่อกลบแต่งผิวคอนกรีตให้เนียนเรียบสวย ฉะนั้นปูนทรายจึงมีความแข็งแรงไม่มากนัก และอาจเกิดการแตกร้าวหรือหลุดร่อนออกจากเนื้อคอนกรีตได้ หลังจากการใช้งานหรือโดนความร้อนสลับกับความเย็นหลายๆ ปี ฉะนั้นถ้าพบรอยร้าวในคานและเสา ก็อย่าเพิ่งตกใจ ขอให้สกัดชั้นปูนทราย เพื่อลอกออกมาให้เห็นเนื้อคอนกรีตจริงๆ เสียก่อนแล้วจึงดูอีกครั้งว่า รอยร้าวนั้นมีอยู่ในเนื้อคอนกรีตจริงหรือไม่ นอกจากนี้ขนาดของรอยร้าวจะต้องมีขนาดรอยแยกกว้างกว่า 0.5 มิลลิเมตร หรือสามารถสอดไส้ดินสอกดขนาด 0.5 เข้าไปในรอยแรกได้ ส่วนลักษณะและความยาวของรอยร้าวจะเป็นไปตามชนิดของรอยร้าว ดังจะกล่าวถึงต่อไป

รอยร้าวในคานที่ปรากฏให้เห็น จะมีรูปร่างได้ต่างๆ นานา เราสามารถแบ่งตามสาเหตุหลักของการแตกร้าวได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ รอยร้าวเนื่องจากคานไม่สามารถรับแรงได้ และอีกประเภทเป็นรอยร้าวเนื่องจากคุณภาพการก่อสร้างไม่ดี หรือเกิดการกัดกร่อน

2. รอยร้าวที่คานคอนกรีต
2.1 รอยร้าวในคานเนื่องจากคานไม่สามารถรับแรงได้
รอยร้าวนี้อาจเกิดเนื่องจากมีน้ำหนักบรรทุก หรือมีแรงเกิดขึ้นมากกว่าความสามารถในการรับแรงของคาน การแตกร้าวของคานประเภทนี้อาจทำให้เกิดการวิบัติพังทลายของโครง สร้างได้ ซึ่งจำแนกตามสาเหตุได้ดัง

2.1.1 รอยร้าวเนื่องจากการทรุดตัวต่างระดับของเสาหรือฐานราก

     2.1.2 รอยร้าวเนื่องจากแรงดัดที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกเกิน
     2.1.3 รอยร้าวเนื่องจากแรงเฉือนที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกเกิน
     2.1.4 รอยร้าวเนื่องจากแรงบิด


2.2 รอยร้าวในคานเนื่องจากคุณภาพการก่อสร้างหรือการกัดกร่อน
คุณภาพการก่อสร้างที่ไม่ดีอาจจะทำให้อายุโครงสร้างสั้นลง และเกิดรอยร้าวได้หลากหลายประเภท แต่โครงสร้างมักจะไม่พังทลายหรือวิบัติในเวลาอันรวดเร็ว อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเกิดความเสียหายอย่างแท้จริง รอยร้าวประเภทนี้มักพบในอาคาร ซึ่งควบคุมการก่อสร้างไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารในบริเวณแถบชายฝั่งทะเลจะพบมากขึ้น อันเนื่องจากไอน้ำเค็มจากทะเลจะทำให้คอนกรีตเสื่อมคุณภาพเร็วขึ ้น และเหล็กก็เป็นสนิมเร็วขึ้นเช่นกัน

     2.2.1 รอยร้าวเนื่องจากเหล็กเสริมเป็นสนิม

3. รอยแตกร้าวที่เสา
เสาเป็นโครงสร้างส่วนที่สำคัญมากของอาคาร เพราะเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของอาคาร เพื่อถ่ายลงสู่ฐานราก หรือพื้นดิน ถ้าเสาอาคารรับน้ำหนักเกินขีดความสามารถจะเกิดการพังทลายอย่างร วดเร็ว โดยมีสัญญาณเตือนภัยน้อยมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสาจะเกิดรอยร้าวให้เห็นแล้วก็พังทลายในเวลาอันรวดเร็วจนอาจจะเ ตรียมตัวหนีไม่ทัน ฉะนั้นถ้าพบรอยร้าวในเสาก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรย้ายออกจากอาคารนั้นและหาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอาคารหลังนั้นมีการก่อสร้างต่อเติมเพิ่มจำ นวนชั้น

ด้วยเหตุที่เสาเป็นโครงสร้างที่สำคัญและมีสัญญาณเตือนภัยน้อยก่ อนการวิบัติ ในทางวิศวกรรมจึงออกแบบให้เสามีส่วนเผื่อความปลอดภัย (Factor of Safety) ค่อนข้างสูง ทำให้คนทั่วไปคิดว่าอาคารห้องแถว 2-4 ชั้น สามารถต่อเติมเพิ่มชั้นได้ โดยไม่อันตรายหรือมีอันตรายน้อยกว่าการต่อเติมเพิ่มชั้นในตึกสู งๆ เช่น ตึก 10 ชั้น 20 ชั้น แต่ความเป็นจริงแล้วการต่อเติมเพิ่มชั้นในห้องแถวเตี้ยๆ ขนาด 2-3 ชั้น จะอันตรายมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ห้องแถว 2 ชั้น ต่อเติมเป็น 3 ชั้น เท่ากับเป็นการบังคับให้เสาต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 50% ในขณะที่การต่อเติมเพิ่ม 1 ชั้น ในตึก 10 ชั้น จะเพิ่มน้ำหนักในเสาเพียง 10% เท่านั้น

ตึกถล่มหลายๆ ครั้งในเมืองไทย มีสาเหตุหลักมาจากการที่เสาไม่สามารถรับน้ำหนักอาคารทั้งหมดได้ ดูๆ ก็น่าเศร้าใจเพราะเสาเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่เก่าแก่มากและ เป็น เทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมา ตั้งแต่ยุคก่อนพุทธศักราช หรือคริสต์ศักราชเสียอีก สังเกตได้จากวิหาร ปราสาทโบราณเก่าแก่อายุหลายพันปีหลายแห่ง ส่วนของหลังคา หรือคาน หรือพื้นอาจจะพังทลายไปจนเกือบหมด แต่จะยังคงเห็นเพียงแต่เสาที่ยังยืนต้นเด่นเป็นสง่าให้เราชื่นช มอยู่เสมอเป็น หลักฐานบ่งบอกถึงความใหญ่โตมโหฬารของปราสาทวิหาร เสาอาคารจึงเป็นส่วนสุดท้ายที่จะพังทลาย

เสาเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานที่สุด เราสามารถใช้วัสดุเกือบทุกชนิดทำเป็นเสาได้ทั้งสิ้นตั้งแต่ไม้ อิฐ และแม้กระทั่งหิน คนโบราณได้ตัดหินเอามาวางซ้อนๆ กันก็ใช้เป็นเสาได้ ดังที่เห็นในปราสาทหินทั่วไป รอยร้าวในเสาที่อาจพบเห็นได้ก่อนการวิบัติทั้งหลายของเสา สามารถจำแนกตามสาเหตุหลักๆ ได้ดังนี้ อนึ่งเสาที่เกิดการแตกร้าวจริงอาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายๆ สาเหตุรวมกันได้

3.1 รอยร้าวเนื่องจากการรับน้ำหนักไม่ไหว
3.2 รอยร้าวเนื่องจากเหล็กเป็นสนิม

4. รอยแตกร้าวที่พื้น
รอยแตกร้าวที่พื้นมักจะพบเห็นได้ง่ายและทำให้เจ้าของอาคารกังวล มากว่าอาคารของตนเอง จะทรุดพังทลายหรือไม่ โดยความเป็นจริงรอยแตกร้าวจำนวนมากเป็นเพียงรอยแตกร้าวที่ผิวขอ งวัสดุปูพื้น หรือวัสดุตกแต่งพื้น บทความนี้จะอธิบายถึงชนิดของรอยแตกร้าวที่พื้น ขอเน้นว่าเฉพาะพื้นที่เป็นลักษณะโครงสร้างเท่านั้น กล่าวคือ เป็นพื้นซึ่งมีคานรองรับไม่รวมถึงพื้นซึ่งวางบนดิน เช่น พื้นที่จอดรถ หรือพื้นอาคารชั้นล่าง ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นพื้นวางบนดินไม่มีโครงสร้างคาน หรือเสาเข็มรองรับอยู่ ซึ่งการเกิดรอยแตกในพื้นวางบนดินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาต ิอยู่แล้ว

4.1 รอยร้าวที่ใต้ท้องพื้น
รอยร้าวที่เกิดใต้ท้องพื้นมักเป็นรอยร้าวที่บ่งบอกถึงความไม่มั ่นคงแข็งแรง ของพื้นซึ่งรอยร้าวจะแตกต่างกันตามชนิดของพื้น รอยร้าวประเภทนี้สังเกตได้ง่ายเพราะอยู่ใต้ท้องพื้นซึ่งเป็นจุด ที่เห็นได้ง่าย ยกเว้นกรณีที่มีฝ้าเพดานปิดไว้
รอยร้าวสำคัญที่บ่งบอกเป็นสัญญาณว่าพื้นเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวม ีดังนี้

4.1.1 พื้นคอนกรีตหล่อในที่
หากพื้นคอนกรีตหล่อในที่รับน้ำหนักมากจนเกินขีดความสามารถ ก่อนจะเกิดการวิบัติจะมีรอยร้าวเตือนภัยที่บริเวณใต้ท้องพื้นเป ็นรอยแตก เป็นทางยาวบริเวณตอนกลางของพื้น

4.1.2 พื้นแผ่นคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูปท้องเรียบ
กรณีที่พื้นชนิดที่รับน้ำหนักเกินขีดความสามารถ จะเกิดรอยร้าวที่บริเวณกึ่งกลางใต้ท้องพื้นเป็นแนวขวางกับแผ่นค อนกรีตสำเร็จรูป


4.2 รอยร้าวที่ผิวบนของพื้น
โดยหลักวิศวกรรมแล้ว เมื่อพื้นรับน้ำหนักไม่ไหวจะเกิดรอยร้าวที่ผิวบนก่อนการเกิดที่ ใต้ท้องพื้น แต่เนื่องจากพื้นด้านบนมักมีวัสดุตกแต่งปิดทับ อาทิเช่น กระเบื้อง พรม กระเบื้องยาง หินแกรนิต หินขัดหรือผิวปูนขัดมัน ทำให้มักไม่ใคร่เห็นรอยแตกร้าวเหล่านั้น ประกอบกับผิวด้านบนมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่อาจทำให้เกิดรอยแตกร้าวได้ จึงไม่แนะนำให้นำรอยร้าวที่ผิวบนมาเป็นดัชนีตัววัดความมั่นคงแข ็งแรงของอาคาร

4.2.1 รอยแตกร้าวทะแยงมุมในพื้นคอนกรีตหล่อในที่
กรณีที่เสาหรือฐานรากมีการทรุดตัวอย่างมาก อาจทำให้พื้นคอนกรีตหล่อในที่มีการแตกร้าวในแนวทะแยงมุม ซึ่งจะพอเห็นได้เฉพาะพื้นซึ่งมีวัสดุปูผิวชนิดแข็ง เช่น ผิวปูนขัดมัน ผิวหินขัด หรือผิวกระเบื้องเซรามิก เป็นต้น