บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ออกแบบจัดสวน
หัวข้อสาระ


รู้จักการปลูกว่านมงคลของไทย
ทำไมอากาศใต้ร่มไม้จึงเย็นสบาย?
รั้วต้นไม้
จัดแสงสีให้สวนสวย
ดัดต้นไม้...ให้เป็นรูปสัตว์
ตกแต่งและดูแลสวน วางแผนล่วงหน้าง่ายกว่าเยอะ
ต้นไม้บังแดดให้ที่จอดรถ เอาต้นอะไรดี
ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมกลางคืน
ต้นมหัศจรรย์ Miracle fruit
ไม้มงคล
ตัวอย่างแนวคิดในการจัดสวน 2
สวนเยียวยาจิตใจ(Healing Garden)
สวนประหยัดพลังงาน
จัดสวนสวยด้วย “หิน” นานาชนิด
การปลูกไม้ดอกกระถาง
ตัวอย่างสวนสวย
การปลูกไม้ผล(กินได้)
การปลูกพืชผักสวนครัว
ผักสวนครัวรักษาโรคได้
การดูแลต้นไม้หลังน้ำท่วม
ออกแบบทางเดินในสวนแบบง่ายๆ
วิธีการปลูก ไผ่ดำ
ความหมายของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ
ดอกไม้ตามวันเกิด
จัดสวนรับลมหนาว
‘พุทธรักษา’ ดอกไม้สัญลักษณ์วันพ่อ
มารู้จัก สวนหลวง ร.9 กันเถอะ
น้ำพุ กับการแต่งสวน ให้บ้านน่าอยู่
พรรณไม้ที่เหมาะสำหรับบ้านและสวนแบบไทย ๆ
สวนสราญรมย์
เพิ่มดีไซน์ให้สวนครัว
การจัดสวนขนาดย่อม
ศาลากับการจัดสวน
แมกไม้..ในบ้านคุณ
แหล่งช้อปปิ้งต้นไม้...ในเมืองกรุง
คู่มือขยายพันธุ์พืช
การปลูกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์
บ่อปลาขุ่นเร็ว
สนามหญ้าประหยัดแรง
กุหลาบปลูกไม่ยาก
รวยด้วยน้ำในสวน
กลเม็ดเด็ด...เลือกซื้อต้นไม้
พรรณไม้ไทย
ดอกบัวนานาพันธ์
“ชวนชมเพชรน้ำเอก” สวยจัดจ้าน
ข้อแนะนำในการปลูกเลี้ยงไม้ใบประดับในอาคาร
ปลูก"กล้วยไม้"เกาะต้นไม้ข้างบ้าน
สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน สวนบ้านเดี่ยว
ทิศมงคลกับการปลูกต้นไม้เสริมดวง
การตกแต่งบริเวณด้วยไม้ประดับ
ไม้บังแดด
ต้นไม้ต้องห้าม
ต้นจิก ไม้พญานาค
ประเภทของกล้วยไม้
พรรณไม้ที่เหมาะสำหรับบ้านและสวนแบบไทยๆ
รู้ไว้ก่อนซื้อ ลั่นทม
“สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน"
“ชวนชมเพชรน้ำเอก” สวยจัดจ้าน
สุขใจกับ...เสียงในสวน
กลเม็ดเด็ด...เลือกซื้อต้นไม้
"สวน" กับดุลยภาพแห่งพลังชีวิต "ฮวยจุ้ย" กับทิศหน้าบ้าน
แนะนำพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการจัดสวนประเภทต่างๆ
เลือกสวนสวยให้เหมาะกับบ้าน
สวนหินสวนประดับในอาคาร น่าจะใช้หินประเภทใด
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
กุหลาบเมาะลำเลิง เป็นต้นไม้อีกอย่างหนึ่งที่อาจใช้กันขโมยได้
ปลูก "เฟื่องฟ้า" อย่างไรให้ออกดอก
ทำสนามหญ้าบนดาดฟ้าอาคารพาณิชย์ดีไหม
จะปลูกต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน คุณคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้บ้างหรือยัง
เติมธรรมชาติให้ห้องทำงาน Office garden
การออกแบบจัดสวน
เพิ่มดีไซน์ให้สวนครัว
รวยริน...กลิ่นไม้หอม
สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน
ศาลากับการจัดสวน
การจัดสวนขนาดย่อม
Office garden เติมธรรมชาติให้ห้องทำงาน
หลักการเลือกวัสดุปูพื้น สำหรับแต่ละห้อง
"สวน" กับดุลยภาพแห่งพลังชีวิต "ฮวยจุ้ย" กับทิศหน้าบ้าน
ซุ้ม : ประตูในสวน
จัดสวนอย่างไร....ให้ถูกฮวงจุ้ย
ทิศมงคลกับการปลูกต้นไม้
8 สวนสวยกลางกรุง
เทคนิคขยายพันธุ์ไม้ประดับ
แหล่งความรู้พืชพรรณไม้แห่งใหม่ใน“สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ”
อุณหภูมิของดอกไม้
Top 10 ดอกไม้อันตราย
Be More Colorful สวนหลากสี
สวนไทย
เติมออกซิเจนภายในบ้าน
จัดสวนอย่างไร....ให้ถูกฮวงจุ้ย
บล็อกปูนทางเดินลายส่วนตัว
แต่งสวนสวยให้ร่มรื่น3 มุม 3 สไตล์
เติมออกซิเจนภายในบ้าน
ซุ้ม : ประตูในสวน
เพิ่มดีไซน์ให้สวนครัว
ศาลากับการจัดสวน
จัดสวนอย่างไร....ให้ถูกฮวงจุ้ย
ปลูกไม้พุ่มกรองฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน
ตะไคร่น้ำ
สวนสวยช่วยลดโลกร้อน
สวนสวยรีไซเคิล
ปลูกต้นไม้เสริมดวง
จัดสวนไว้นั่งเล่น
เสริมสวยให้ต้นไม้
มะลิ...ไม้ดอกปลูกรับมงคล
จะจัดสวนให้ห้องน้ำ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ชวนเที่ยว 8 สวนกลางกรุง
จัดสวนไว้นั่งเล่น
การปลูกสวนกุหลาบ
ซุ้ม : ประตูในสวน
สวนสวยช่วยลดโลกร้อน
ตกแต่งบ้านสวย...ด้วยต้นไม้
ปลูกดอกไม้ ให้ถูกโฉลกกับวันเกิด
เชื้อโรค...ภัยอันตรายของต้นไม้
ได้เวลาเปลี่ยนกระถางแล้ว!
บัญญัติ 10 ประการ สำหรับมือใหม่หัดปลูก
สร้างสระในสวน
เติมความชุ่มฉ่ำให้สวนสวยด้วยน้ำพุ
ต้นไม้ไล่ยุง

        การปลูกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์

หมวด : ออกแบบจัดสวน    
จำนวนคนอ่าน 6287    

การปลูกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์

    การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินหรือไฮโดรโปนิกส์ เป็นวิธีการที่พัฒนาขึ้นในประเทศพัฒนาซึ่งมีปัญหาพื้นที่ทำการเกษตรลดลงเนื่องจากการเจริญเติบโตของชุมชน หรือพื้นที่ที่มีอยู่ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร เป็นวิธีที่ไม่ใช้ดินเป็นวัสดุปลูก แต่พืชจะเจริญเติบโตโดยได้รับธาตุอาหารจากสารละลายธาตุอาหาร การปลูกพืชโดยวิธีนี้จึงสามารถทำได้ในทุกพื้นที่แม้จะไม่มีที่ดินสำหรับปลูกพืชหรือพื้นที่ดินที่มีอยู่ไม่สามารถใช้ปลูกพืชได้ ในปัจจุบันไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการปลูกพืชที่ใช้แพร่หลายในประเทศต่างๆ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นวซีแลนด์ อิสราเอล และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป สำหรับประเทศไทยมีความเข้าใจกันโดยทั่วไปว่าการปลูกพืชด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องลงทุนสูงและมีวิธีการยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับปัญหาขาดแคลนพื้นที่ทำการเกษตรยังไม่รุนแรงนัก ยังมีพื้นที่ทำเกษตรกรรมมากมาย สามารถปลูกพืชด้วยวิธีปกติได้เพียงพอกับความต้องการ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการอื่นมาทดแทน อย่างไรก็ดีในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปลูกพืชโดยวิธีไฮโดรโปนิกส์เป็นการค้าเพื่อผลิตพืชผักที่มีคุณภาพในปริมาณที่แน่นอน สนองความต้องการของซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ การปลูกพืชทดแทนพืชนำเข้า และปลูกเพื่อการส่งออก

      

ไฮโดรโปนิกส์ (hydroponics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีก 2 คำ คือคำว่า hydro ซึ่งแปลว่าน้ำ และคำว่า ponos แปลว่าทำงานหรือแรงงาน เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่าการทำงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ประวัติความเป็นมาของการปลูกพืชโดยวิธีนี้นั้นเริ่มมาจากการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ธาตุอาหารต่างๆ ในการปลูกพืช ซึ่งมีมาตั้งแต่หลายพันปีก่อนสมัยของอริสโตเติล           จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่านักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้เขียนบันทึกต่างๆ     ทางพฤกษศาสตร์ขึ้นและปรากฎอยู่จนทุกวันนี้ แต่การปลูกพืชตามหลักการทางวิทยาศาสตร์นั้นเริ่มขึ้นประมาณ 300 ปีมาแล้ว คือประมาณ ค.ศ. 1699 John Woodward นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษได้พยายามทำการทดลอง เพื่อหาคำตอบว่าอนุภาคของของแข็งและของเหลวที่อยู่ในดินมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างไร ต่อมาปี ค.ศ. 1860-1865 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ Sachs และ Knop นับเป็นผู้ริเริ่มปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยการปลูกพืชด้วยสารละลายเกลือ อนินทรีย์ต่างๆ เช่น โพแทสเซี่ยมฟอสเฟต โพแทสเซี่ยมไนเตรต ซึ่งให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซี่ยม แมกนีเซียม กำมะถัน แคลเซียม และเหล็ก ภายหลังมีการพัฒนาสูตรธาตุอาหารพืชเรื่อยมา จนถึงปี ค.ศ. 1920-1930 William F.Gericke แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประสบความสำเร็จในการปลูกมะเขือเทศในสารละลายธาตุอาหาร โดยพืชมีการเจริญเติบโตสมบูรณ์และให้ผลผลิตเร็ว นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคนิคการปลูกพืชโดยวิธีนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อปลูกพืชเป็นการค้า และได้มีการพัฒนาเทคนิควิธีการและส่วนประกอบในสารละลายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

         การประยุกต์ใช้ระบบการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์อย่างจริงจังเริ่มขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น กองทัพสหรัฐอเมริกาซึ่งตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศญี่ปุ่น สภาพพื้นที่เป็นหินไม่เหมาะต่อการปลูกพืช ได้มีการนำการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์มาใช้ปลูกพืชผักเลี้ยงกองทัพโดยปลูกภายในโรงเรือนและใช้กรวดเป็นวัสดุปลูก แม้หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง               กองทัพอเมริกันที่ยึดครองประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงใช้วิธีนี้ผลิตพืชผัก กองทัพเรืออังกฤษซึ่งมีที่ตั้งอยู่ตามเกาะห่างไกล ในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีหลายแห่งที่พื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูกพืช แต่กองทัพต้องการพืชผักเป็นอาหารสำหรับกำลังพล จึงได้มีการนำการปลูกพืชด้วยวิธีนี้มาใช้เช่นกัน

   ปัจจุบันการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ได้พัฒนาไปมาก โดยทั่วไปในประเทศพัฒนามักทำการปลูกภายใต้เรือนกระจก มีการควบคุมสภาพแวดล้อม การผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมระบบต่างๆ การเพาะกล้า และการย้ายกล้าลงปลูกในระบบจะเป็นแบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ ระบบที่นิยมใช้จะแตกต่างกัน เช่น ประเทศในแถบยุโรปจะนิยมใช้nutrient film technique (NFT) สหรัฐอเมริกานิยมใช้ระบบน้ำไม่ไหลเวียน (non-circulating system) ในออสเตรเลียจะใช้ทั้ง 2 ระบบ

    สำหรับประเทศในแถบเอเซีย ญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่นำการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์มาใช้ เป็นเชิงพาณิชย์ โดยเริ่มจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกาซึ่งเข้ายึดครองประเทศญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นำเทคนิคนี้มาใช้ปลูกพืชผักเพื่อเป็นอาหาร หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1960 ได้มีการพัฒนาเทคนิคการปลูกพืชในกรวด (gravel culture) ขึ้น นับเป็นเทคนิคการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์แบบแรกที่พัฒนาขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น จากนั้นก็มีการพัฒนาเรื่อยมาจนปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีเทคนิคต่างๆ กว่า 30 แบบ ถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าที่สุดในการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ในเอซีย การปลูกผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ในญี่ปุ่นพัฒนาอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเจริญของเมืองและราคาที่ดินที่สูงขึ้น ทำให้การทำการเกษตรด้วยระบบดั้งเดิมถูกจำกัดโดยราคาที่ดิน พืชที่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้คือ มะเขือเทศ แตงกวา และ Japanese hornwort เนื่องจากเป็นพืชที่ให้กำไรมาก ฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ในญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมักดำเนินการในเรือนกระจกขนาดใหญ่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดต่อวันในปริมาณมาก อย่างไรก็ตามมีฟาร์มขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นฟาร์มที่ปลูกในโรงเรือนที่มีมาตรฐานสูง ความสำเร็จของการทำฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ในญี่ปุ่นขึ้นกับการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตพร้อมๆ กับการลดต้นทนการผลิต